คะแนน TGAT 3 พาร์ท คํานวณอย่างไร
การคำนวณคะแนนสอบ TGAT ใช้วิธีปรับคะแนนดิบจากสามส่วน (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และความถนัดทางวิชาการ) ให้เป็นคะแนนมาตรฐาน โดยคะแนนเต็มอยู่ที่ 300 คะแนน และจะแปลงเป็นคะแนนมาตรฐาน 100 คะแนน เพื่อสะท้อนความสามารถสัมพัทธ์ของผู้เข้าสอบ ไม่ใช่คะแนนรวมง่ายๆจากสามส่วน
คะแนน TGAT 3 พาร์ท คำนวณอย่างไร? ไขความลับเบื้องหลังตัวเลข
การสอบ TGAT (Talent and Gifted Admission Test) เป็นอีกหนึ่งด่านสำคัญสำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ หลายคนอาจสงสัยว่าคะแนน 300 คะแนนเต็มนั้นคำนวณออกมาได้อย่างไร และคะแนนดิบจากแต่ละส่วน (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และความถนัดทางวิชาการ) มีบทบาทอย่างไร บทความนี้จะไขข้อข้องใจเกี่ยวกับกระบวนการคำนวณคะแนน TGAT ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
ไม่ได้แค่บวกคะแนนดิบเข้าด้วยกัน!
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ คะแนน TGAT ไม่ใช่การนำคะแนนดิบจากทั้งสามส่วน (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และความถนัดทางวิชาการ) มาบวกกันอย่างง่ายๆ แต่เป็นการคำนวณโดยใช้วิธีการปรับคะแนนดิบให้เป็นคะแนนมาตรฐาน (Standardized Score)
กระบวนการคำนวณโดยสรุปมีดังนี้:
-
การแปลงคะแนนดิบเป็นคะแนนมาตรฐาน (ในแต่ละพาร์ท): คะแนนดิบที่ได้จากการทำข้อสอบแต่ละส่วน จะถูกนำไปผ่านกระบวนการทางสถิติ โดยใช้เทคนิคทางสถิติที่เรียกว่า Equating และ Scaling เพื่อปรับให้คะแนนมีความหมายที่สอดคล้องกัน แม้ว่าความยากง่ายของข้อสอบในแต่ละปีหรือแต่ละชุดข้อสอบอาจจะแตกต่างกัน กระบวนการนี้จะทำให้คะแนนในแต่ละส่วนมีความสามารถในการเปรียบเทียบกันได้ ไม่ว่าจะสอบในปีไหนหรือชุดข้อสอบใดก็ตาม ตัวอย่างเช่น คะแนนดิบ 60 คะแนนในส่วนภาษาไทย ปี 2566 อาจจะเทียบเท่ากับคะแนนดิบ 55 คะแนนในส่วนเดียวกัน ปี 2567 หลังจากผ่านการแปลงคะแนนแล้ว คะแนนมาตรฐานของแต่ละพาร์ทจะมีช่วงคะแนนที่เท่ากัน เช่น 0-100 คะแนน
-
การถ่วงน้ำหนัก (Weighting) (หากมี): แม้ว่าทางสถาบันจะไม่ได้เปิดเผยวิธีการถ่วงน้ำหนักอย่างละเอียด แต่เป็นไปได้ว่าจะมีการถ่วงน้ำหนักให้กับแต่ละพาร์ท เพื่อสะท้อนความสำคัญของแต่ละส่วน เช่น อาจจะให้ความสำคัญกับส่วนความถนัดทางวิชาการมากกว่า แต่เป็นการถ่วงน้ำหนักในระดับสถิติ ไม่ใช่การบวกคะแนนตามน้ำหนักโดยตรง
-
การรวมคะแนนมาตรฐาน: คะแนนมาตรฐานจากทั้งสามส่วนจะถูกนำมารวมกัน เพื่อให้ได้คะแนน TGAT ทั้งหมด ซึ่งจะมีคะแนนเต็ม 300 คะแนน แต่จะถูกแปลงเป็นคะแนนมาตรฐาน 100 คะแนน เพื่อเปรียบเทียบความสามารถสัมพัทธ์ของผู้เข้าสอบ
ความสำคัญของคะแนนมาตรฐาน
การใช้คะแนนมาตรฐานเป็นหัวใจสำคัญของการคำนวณคะแนน TGAT เพราะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบผลการสอบของผู้เข้าสอบได้อย่างเป็นธรรม แม้ว่าจะสอบในปีหรือชุดข้อสอบที่แตกต่างกันก็ตาม เนื่องจากกระบวนการนี้จะลดผลกระทบจากความแตกต่างของความยากง่ายของข้อสอบ ทำให้คะแนนสะท้อนความสามารถทางวิชาการของผู้เข้าสอบได้อย่างแท้จริง
สรุป
กระบวนการคำนวณคะแนน TGAT ซับซ้อนกว่าการบวกคะแนนดิบเข้าด้วยกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ การใช้คะแนนมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมและความแม่นยำในการประเมินความสามารถของผู้เข้าสอบ ทำให้คะแนนที่ได้สะท้อนศักยภาพอย่างแท้จริง แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะเจาะจงของกระบวนการทางสถิติจะไม่เป็นที่เปิดเผยอย่างสมบูรณ์ แต่การทำความเข้าใจหลักการเบื้องหลังจะช่วยให้ผู้เข้าสอบเตรียมตัวและตีความผลสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
#3 พาร์ท#การคำนวณ#คะแนน Tgatข้อเสนอแนะสำหรับคำตอบ:
ขอบคุณที่ให้ข้อเสนอแนะ! ข้อเสนอแนะของคุณมีความสำคัญต่อการปรับปรุงคำตอบในอนาคต