โรงเรียนอเมริกามีกี่เทอม

3 การดู

นอกจากภาคเรียนหลักสองภาคเรียนแล้ว โรงเรียนมัธยมปลายในอเมริกายังมีตัวเลือกภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Session) สำหรับเรียนเพิ่มเติมหรือเก็บหน่วยกิตตกหล่น ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนมักเริ่มต้นเดือนมิถุนายนและสิ้นสุดเดือนสิงหาคม นักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชาที่สนใจหรือเสริมทักษะได้

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เจาะลึกระบบเทอมในโรงเรียนอเมริกัน: มากกว่าแค่สองเทอมหลัก

เมื่อพูดถึงระบบการศึกษาในสหรัฐอเมริกา หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของโรงเรียนที่มีสองภาคเรียนหลักๆ คือ ภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วง (Fall Semester) และภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ (Spring Semester) แต่ความจริงแล้ว ระบบเทอมในโรงเรียนอเมริกัน โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อาจมีความซับซ้อนและยืดหยุ่นมากกว่าที่เราคิด

สองภาคเรียนหลัก: หัวใจสำคัญของการเรียน

แน่นอนว่าหัวใจหลักของการเรียนการสอนในโรงเรียนอเมริกันยังคงอยู่ที่สองภาคเรียนหลัก:

  • ภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วง (Fall Semester): โดยทั่วไปจะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายน และสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนธันวาคม ก่อนวันหยุดคริสต์มาส
  • ภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ (Spring Semester): มักเริ่มต้นในช่วงต้นเดือนมกราคม และสิ้นสุดในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายน

สองภาคเรียนนี้ครอบคลุมเนื้อหาหลักของหลักสูตร โดยนักเรียนจะได้เรียนวิชาต่างๆ ตามแผนการเรียนของตนเอง และประเมินผลการเรียนในช่วงสิ้นสุดแต่ละภาคเรียน

มากกว่าแค่สอง: ภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Session) ตัวเลือกสำหรับอนาคต

สิ่งที่ทำให้ระบบเทอมในโรงเรียนอเมริกันมีความน่าสนใจและแตกต่าง คือการมี “ภาคเรียนฤดูร้อน” (Summer Session) ซึ่งเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับนักเรียน

  • ช่วงเวลา: ภาคเรียนฤดูร้อนมักเริ่มต้นในช่วงเดือนมิถุนายน และสิ้นสุดในช่วงเดือนสิงหาคม โดยมีระยะเวลาแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน
  • วัตถุประสงค์: ภาคเรียนฤดูร้อนมีวัตถุประสงค์หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน:
    • เรียนเสริมเนื้อหา: นักเรียนที่ต้องการเสริมความเข้าใจในวิชาใดวิชาหนึ่ง สามารถลงทะเบียนเรียนในวิชานั้นๆ ในช่วงฤดูร้อน
    • เก็บหน่วยกิตที่พลาดไป: หากนักเรียนสอบตกในวิชาใดวิชาหนึ่ง สามารถลงทะเบียนเรียนใหม่ในช่วงฤดูร้อนเพื่อเก็บหน่วยกิตที่ขาด
    • เรียนวิชาที่สนใจ: โรงเรียนหลายแห่งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนวิชาที่ตนเองสนใจ นอกเหนือจากหลักสูตรปกติในช่วงฤดูร้อน เช่น วิชาศิลปะ ดนตรี หรือภาษาต่างประเทศ
    • เตรียมความพร้อมสำหรับวิทยาลัย: บางโรงเรียนมีหลักสูตรพิเศษในช่วงฤดูร้อนเพื่อช่วยให้นักเรียนเตรียมตัวสำหรับการเข้าศึกษาในระดับวิทยาลัย เช่น หลักสูตรการเขียนเชิงวิชาการ หรือหลักสูตรเตรียมสอบ SAT/ACT
  • ความยืดหยุ่น: การเข้าร่วมภาคเรียนฤดูร้อนเป็นทางเลือก ไม่บังคับ ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถเลือกที่จะใช้เวลาในช่วงฤดูร้อนไปกับการพักผ่อน ทำกิจกรรมอื่นๆ หรือเรียนเสริมตามความต้องการของตนเอง

ระบบไตรมาส (Quarter System): อีกหนึ่งทางเลือก

นอกเหนือจากระบบภาคเรียนแล้ว โรงเรียนบางแห่งในสหรัฐอเมริกาอาจใช้ระบบไตรมาส (Quarter System) ซึ่งแบ่งปีการศึกษาออกเป็น 4 ไตรมาส แต่ระบบนี้พบได้น้อยกว่าระบบภาคเรียน โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

สรุป

ระบบเทอมในโรงเรียนอเมริกัน โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากกว่าที่เราคิด นอกเหนือจากสองภาคเรียนหลัก คือ ภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงและภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิแล้ว ภาคเรียนฤดูร้อนยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาตนเอง เรียนเสริม หรือเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ทำให้ระบบการศึกษาในสหรัฐอเมริกามีความน่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียนได้อย่างหลากหลาย