หินปูนหลุดออกเองได้ไหม

12 การดู

หินปูนเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและแร่ธาตุบนผิวฟัน โดยแบ่งเป็นหินปูนเหนือและใต้เหงือก หินปูนที่อยู่เหนือเหงือกสามารถสังเกตเห็นได้ แต่หินปูนใต้เหงือกจะมองไม่เห็น การกำจัดหินปูนใต้เหงือกด้วยตนเองทำได้ยาก ต้องได้รับความช่วยเหลือจากทันตแพทย์

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

หินปูนหลุดออกเองได้ไหม? ความจริงที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก

คำถามที่หลายคนสงสัย คือ หินปูนที่เกาะติดอยู่บนฟันจะหลุดออกเองได้หรือไม่? คำตอบคือ ไม่ หินปูนจะไม่หลุดออกเองโดยธรรมชาติ แม้ว่าบางครั้งอาจมีเศษอาหารหรือคราบจุลินทรีย์หลุดออกไปบ้าง แต่หินปูนซึ่งเป็นสารแข็งที่เกิดจากการสะสมของแคลเซียมฟอสเฟตและแร่ธาตุอื่นๆ นั้นจะยึดเกาะแน่นกับผิวฟันอย่างเหนียวแน่น จำเป็นต้องได้รับการขจัดออกโดยวิธีการทางทันตกรรมเท่านั้น

หินปูนนั้นเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและแร่ธาตุที่ตกค้างบนผิวฟัน โดยแบคทีเรียจะสร้างฟิล์มบางๆ เรียกว่า แพล็ก (Plaque) ซึ่งเป็นสารเหนียวสีขาวขุ่น หากไม่ทำความสะอาดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ แพล็กจะแข็งตัวกลายเป็นหินปูน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ

  • หินปูนเหนือเหงือก (Supragingival Calculus): เป็นหินปูนที่เกาะอยู่เหนือแนวเหงือก สังเกตได้ง่ายด้วยตาเปล่า มักมีสีเหลืองหรือน้ำตาล อาจทำให้ฟันดูไม่สวยงาม และเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกอักเสบ

  • หินปูนใต้เหงือก (Subgingival Calculus): เป็นหินปูนที่เกาะอยู่ใต้แนวเหงือก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อันตรายกว่าหินปูนเหนือเหงือก เนื่องจากทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อรอบๆ ฟัน อาจนำไปสู่โรคปริทันต์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียฟัน

การพยายามขจัดหินปูนด้วยตนเอง เช่น การใช้แปรงสีฟันขัดแรงๆ หรือใช้สิ่งของแหลมคมขูด อาจทำให้เหงือกบอบช้ำ ฟันสึกกร่อน และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ดังนั้น การกำจัดหินปูนจึงควรทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น สเกลเลอร์ (Scaler) และพอลลิชชิ่ง (Polishing) เพื่อขจัดหินปูนออกอย่างหมดจด และขัดผิวฟันให้เรียบเนียน ป้องกันการสะสมของหินปูนในอนาคต

สรุปแล้ว หินปูนจะไม่หลุดออกเอง การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี เช่น การแปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละสองครั้ง ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการสะสมของหินปูน และรักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง อย่าปล่อยให้หินปูนสะสมจนเกิดปัญหา เพราะการรักษาโรคปริทันต์นั้นใช้ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าการป้องกันอย่างแน่นอน