การผายปอดมีวิธีปฏิบัติอย่างไรบ้าง

17 การดู

การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการเป่าลมช่วยหายใจ ควรปิดจมูกผู้ป่วยให้สนิท สูดลมหายใจลึกๆ ประกบปากให้มิดชิด เป่าลมเข้าปอดเบาๆ จนเห็นหน้าอกขยายขึ้น ค่อยๆ ปล่อยลมออก ทำซ้ำจนกว่าผู้ป่วยจะฟื้น การกระทำที่ถูกต้องสำคัญต่อการช่วยชีวิต

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

การผายปอด: ขั้นตอนที่ถูกต้องและสำคัญต่อการช่วยชีวิต

การผายปอด (Artificial Respiration) หรือการช่วยหายใจแบบเป่าปาก เป็นวิธีการช่วยชีวิตเบื้องต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อพบผู้ประสบเหตุหายใจติดขัดหรือหยุดหายใจ การปฏิบัติที่ถูกต้องและรวดเร็วสามารถเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การผายปอดต้องอาศัยความรู้และทักษะ จึงควรเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น หลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support: BLS) ก่อนที่จะนำไปใช้จริง

บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการผายปอดแบบปากต่อปาก (Mouth-to-Mouth Resuscitation) อย่างละเอียด แต่โปรดจำไว้ว่า ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถทดแทนการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญได้ หากไม่มั่นใจ ควรขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด

ขั้นตอนการผายปอดแบบปากต่อปาก:

ก่อนเริ่มต้น ควรประเมินสถานการณ์เบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ช่วยเหลือและผู้ป่วย เช่น ตรวจสอบสภาพแวดล้อม ตรวจหาอันตราย และตรวจสอบการตอบสนองของผู้ป่วย (ดูว่ามีสติหรือไม่)

  1. ตรวจสอบการหายใจ: วางมือข้างหนึ่งบนหน้าอกและมืออีกข้างบนท้องของผู้ป่วย สังเกตการเคลื่อนไหวของหน้าอกและท้อง หากไม่เห็นการเคลื่อนไหว หรือหายใจไม่ปกติ (หายใจช้า หายใจแรง หรือหายใจแบบไม่เป็นจังหวะ) ให้เริ่มการผายปอดทันที

  2. จัดท่านอนราบ: วางผู้ป่วยให้นอนหงายบนพื้นผิวที่ราบเรียบ และจัดท่านอนให้ศีรษะเอนเล็กน้อยเพื่อเปิดทางเดินหายใจ

  3. เปิดทางเดินหายใจ: ใช้เทคนิค “Head-tilt-chin-lift” โดยใช้มือข้างหนึ่งวางบนหน้าผากของผู้ป่วย และใช้มืออีกข้างยกคางขึ้นเบาๆ หลีกเลี่ยงการกดบริเวณคอ เพื่อป้องกันการบีบหลอดลม

  4. ปิดจมูกผู้ป่วย: ใช้มือที่วางบนหน้าผาก ปิดรูจมูกของผู้ป่วยให้สนิท วิธีการนี้มีความสำคัญเพื่อป้องกันการรั่วไหลของอากาศระหว่างการเป่าลม

  5. สูดลมหายใจลึกๆ: ผู้ช่วยเหลือควรหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้มีลมเพียงพอสำหรับการเป่าลมเข้าปอดของผู้ป่วย

  6. ประกบปากให้มิดชิด: ประกบปากของผู้ช่วยเหลือกับปากของผู้ป่วยให้แน่น ปิดปากให้มิดชิด เพื่อป้องกันการรั่วไหลของอากาศ

  7. เป่าลมเข้าปอดเบาๆ: เป่าลมเข้าปอดของผู้ป่วยอย่างช้าๆ และเบาๆ จนเห็นหน้าอกขยายขึ้น โดยทั่วไปควรเป่าลมประมาณ 1 วินาที

  8. ปล่อยลมออก: ค่อยๆ เอาปากออกจากปากผู้ป่วย สังเกตการยุบตัวของหน้าอก ปล่อยให้ลมในปอดผู้ป่วยค่อยๆ ออกไปเอง

  9. ทำซ้ำ: ทำซ้ำขั้นตอนที่ 5-8 ประมาณ 12 ครั้งต่อนาที หรือตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ จนกว่าผู้ป่วยจะฟื้นหรือมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มาถึง

  10. ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ: อย่าหยุดการผายปอดจนกว่าผู้ป่วยจะฟื้น หรือมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มาถึง และรีบแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ฉุกเฉินทันที

ข้อควรระวัง:

  • การผายปอดแบบปากต่อปากอาจมีโอกาสติดเชื้อ แต่การช่วยชีวิตเป็นสิ่งสำคัญกว่าความเสี่ยงนี้
  • หากผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือคอ ควรระมัดระวังในการจัดท่านอนและเปิดทางเดินหายใจ อาจต้องใช้เทคนิคอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมมาอย่างถูกต้อง
  • หากไม่มั่นใจ อย่าพยายามทำด้วยตัวเอง ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทันที

การผายปอดเป็นทักษะที่จำเป็น การเรียนรู้และฝึกฝนอย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิต โปรดเข้าร่วมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเพื่อความมั่นใจและความปลอดภัย และอย่าลืมว่าการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและรวดเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ประสบเหตุ

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นหลักในการปฏิบัติการช่วยชีวิตจริง การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด