ถ้าแผลติดเชื้อจะเป็นยังไง

11 การดู

แผลติดเชื้ออาจแสดงอาการบวมแดงร้อนบริเวณรอบแผล มีอาการปวดแสบมากขึ้นอย่างผิดปกติ อาจมีน้ำเหลืองขุ่นหรือหนองสีเขียวปนเหลืองไหลซึมออกมา หากมีไข้สูงร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม การดูแลแผลอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เมื่อแผลติดเชื้อ: สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจ และวิธีรับมืออย่างถูกต้อง

รอยแผลบนผิวหนัง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ล้วนเป็นประตูเปิดต้อนรับเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย หากละเลยการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี แผลนั้นก็อาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค และนำไปสู่ภาวะ “แผลติดเชื้อ” ที่สร้างความเจ็บปวดทรมาน และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของเราได้

แผลติดเชื้อ: เกิดจากอะไร และมีอาการอย่างไร?

การติดเชื้อในแผลเกิดขึ้นเมื่อเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา เข้าไปเจริญเติบโตในบริเวณแผล โดยปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ได้แก่:

  • การดูแลแผลที่ไม่สะอาด: การสัมผัสแผลด้วยมือที่ไม่สะอาด การใช้อุปกรณ์ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หรือการปล่อยให้แผลสัมผัสกับสิ่งสกปรก ล้วนเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลได้
  • สภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ: การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สกปรก หรือมีฝุ่นละอองมาก ก็เพิ่มความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื้อโรคที่แผล
  • ภาวะสุขภาพของผู้ป่วย: ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพอื่นๆ มีแนวโน้มที่จะติดเชื้อได้ง่ายกว่า
  • ลักษณะของแผล: แผลเปิดขนาดใหญ่ แผลลึก หรือแผลที่มีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง

อาการของแผลติดเชื้อที่ต้องสังเกต:

  • อาการบวมแดงร้อน: บริเวณรอบแผลจะมีอาการบวม แดง และรู้สึกร้อนกว่าปกติ
  • ปวดแสบมากขึ้น: อาการปวดจะรุนแรงขึ้นอย่างผิดสังเกต โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสบริเวณแผล
  • มีหนองไหล: อาจมีน้ำเหลืองขุ่น หรือหนองสีเขียวปนเหลืองไหลซึมออกมาจากแผล
  • กลิ่นเหม็น: แผลติดเชื้อบางชนิดอาจมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
  • ไข้สูง: ในกรณีที่การติดเชื้อรุนแรง อาจมีไข้สูงร่วมด้วย

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที! การปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดูแลแผลอย่างไรให้ห่างไกลการติดเชื้อ?

การป้องกันการติดเชื้อเริ่มต้นได้ด้วยการดูแลแผลอย่างถูกวิธี:

  1. ล้างมือให้สะอาด: ก่อนสัมผัสแผลทุกครั้ง ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ
  2. ทำความสะอาดแผล: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือ (Normal Saline Solution) เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรค
  3. ใช้ยาฆ่าเชื้อ: ทาด้วยยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เช่น โพวิโดน ไอโอดีน (Povidone-Iodine) หรือคลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  4. ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด: ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาดและเปลี่ยนผ้าก๊อซเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อผ้าก๊อซเปียกชื้น
  5. หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลโดยตรง: พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลโดยตรง เพื่อลดโอกาสในการปนเปื้อนเชื้อโรค
  6. สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: หมั่นสังเกตอาการของแผลอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อดูแลแผล:

  • การใช้ยาที่ไม่ได้รับการรับรอง: การใช้ยาที่ไม่ได้รับการแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร อาจทำให้เกิดอาการแพ้ หรือทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้น
  • การแกะเกาสะเก็ดแผล: การแกะเกาสะเก็ดแผล จะทำให้แผลหายช้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • การใช้สมุนไพรที่ไม่รู้จัก: การใช้สมุนไพรที่ไม่รู้จัก อาจทำให้เกิดอาการแพ้ หรือเป็นอันตรายต่อแผล

การดูแลแผลอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และทำให้แผลหายเร็วขึ้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแผล หรือพบอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้คุณกลับมามีสุขภาพผิวที่ดีได้อย่างรวดเร็ว