พาราออกฤทธิ์ในกี่นาที

32 การดู
พาราควอตออกฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อโดยตรงเมื่อสัมผัส และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีถึงชั่วโมงหลังจากการสัมผัส จะเริ่มแสดงอาการ เช่น ปวดแสบปวดร้อนในปากและลำคอ กลืนลำบาก และอาเจียน ภายใน 24-72 ชั่วโมง จะเริ่มเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดบวมน้ำ และไตวาย ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

พาราควอต: พิษร้ายที่ออกฤทธิ์ฉับพลัน

พาราควอตคือสารกำจัดวัชพืชที่ทรงพลังและมีพิษสูง ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคเกษตรกรรมเพื่อกำจัดวัชพืชที่ไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตาม สารพิษนี้ยังเป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพของมนุษย์ได้ด้วยหากสัมผัสกับมัน

กลไกการออกฤทธิ์ของพาราควอต

เมื่อพาราควอตเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะทางการสูดดม การกลืนกิน หรือทางผิวหนัง สารนี้จะออกฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อโดยตรง โดยจะเข้าไปขัดขวางการสังเคราะห์สารคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พืชใช้สังเคราะห์แสงเพื่อผลิตอาหาร

เมื่อคลอโรฟิลล์ถูกทำลาย พืชจึงไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ ทำให้เกิดการขาดออกซิเจนในเซลล์และเนื้อเยื่อของพืช นำไปสู่การตายของเซลล์และเนื้อเยื่อในที่สุด

การออกฤทธิ์ในมนุษย์

ในมนุษย์ พาราควอตก็จะออกฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อเช่นเดียวกัน โดยจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วหลังจากสัมผัสได้เพียงไม่กี่นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง อาการแรกที่ปรากฏคืออาการระคายเคืองในปากและลำคอ เช่น ปวดแสบปวดร้อน กลืนลำบาก และอาเจียน

ภายในระยะเวลา 24-72 ชั่วโมงหลังจากสัมผัส อาการจะรุนแรงขึ้นและอาจถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากพาราควอตจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น

  • ปอดบวมน้ำ: พาราควอตจะทำลายเซลล์ในปอด ทำให้ของเหลวรั่วไหลเข้าไปในถุงลมปอดจนเกิดอาการบวมน้ำ

  • ไตวาย: พาราควอตจะทำลายเซลล์ในไต ทำให้ไตไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ความดันโลหิตต่ำ: พาราควอตจะไปขัดขวางการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งควบคุมการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต

  • การเสียหายของตับและเยื่อบุระบบทางเดินอาหาร: พาราควอตสามารถทำลายเซลล์ในตับและเยื่อบุระบบทางเดินอาหารได้

การรักษาผู้ที่สัมผัสกับพาราควอต

การรักษาผู้ที่รับสารพิษพาราควอตเข้าไปเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากไม่มีสารต้านพิษจำเพาะสำหรับสารนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาประคับประคองเพื่อบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง

การรักษาอาจรวมถึงต่อไปนี้:

  • การล้างท้องเพื่อกำจัดสารพิษออกจากกระเพาะอาหาร
  • การให้น้ำเกลือเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ
  • การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • การใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อช่วยการหายใจ
  • การฟอกเลือดเพื่อกรองของเสียออกจากเลือด

การพยากรณ์โรค

การพยากรณ์โรคของผู้ที่ได้รับสารพิษพาราควอตเข้าไปขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษที่ได้รับและความรุนแรงของอาการ หากได้รับสารพิษในปริมาณมากหรือมีอาการรุนแรง เช่น ปอดบวมน้ำหรือไตวาย อัตราการเสียชีวิตก็จะสูง

แม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้ว ผู้ที่รอดชีวิตจากการได้รับสารพิษพาราควอตก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้ เช่น โรคปอดเรื้อรังหรือความเสียหายของตับ