โรคอะไรที่บริจาคเลือดไม่ได้
ผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) หรือมีค่าเอนไซม์ตับสูงผิดปกติ ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อสู่ผู้รับโลหิต การตรวจคัดกรองอย่างละเอียดจึงมีความสำคัญก่อนการบริจาคทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับโลหิต
โรคต้องห้าม: ไขข้อสงสัย ทำไมผู้ป่วยบางโรค บริจาคเลือดไม่ได้
การบริจาคโลหิตเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการต่อชีวิตให้แก่ผู้ที่ต้องการ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเป็นผู้ให้ได้อย่างปลอดภัย ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพและความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ โรคบางชนิดจึงเป็นข้อห้ามสำหรับการบริจาคโลหิต เพื่อความปลอดภัยของผู้รับโลหิตเป็นสำคัญ
นอกเหนือจากข้อมูลที่ทราบกันดีว่า ผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี หรือมีค่าเอนไซม์ตับสูงผิดปกติ ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้แล้ว ยังมีโรคและภาวะอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้การบริจาคโลหิตเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นกลุ่มได้ดังนี้:
1. โรคติดเชื้อ:
- เชื้อไวรัส HIV: ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายผ่านทางโลหิตและผลิตภัณฑ์จากโลหิตได้
- เชื้อไวรัสตับอักเสบบี: แม้ว่าจะมีวัคซีนป้องกัน แต่ผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีก็ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้
- ซิฟิลิส: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดนี้ ก็เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิตเช่นกัน
- มาลาเรีย: ผู้ที่เคยเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของมาลาเรีย หรือเคยเป็นมาลาเรียมาก่อน จะต้องเว้นระยะเวลาในการบริจาคโลหิตตามที่กำหนด
- โรคติดเชื้ออื่นๆ: เช่น โรคคริวซ์เฟลด์-จาคอบ (Creutzfeldt-Jakob disease – CJD) หรือ โรคสมองฝ่อที่เกิดจากพรีออน (prion diseases) เป็นโรคที่ร้ายแรงและไม่สามารถรักษาได้ จึงเป็นข้อห้ามเด็ดขาดในการบริจาคโลหิต
2. โรคเกี่ยวกับเลือด:
- โลหิตจางรุนแรง: ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรงไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ เพราะอาจทำให้สุขภาพทรุดโทรมลง
- โรคเกี่ยวกับความผิดปกติของเม็ดเลือด: เช่น โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) หรือ โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) เป็นต้น
- โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว: ผู้ที่กำลังรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือเคยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้
3. โรคเรื้อรังอื่นๆ:
- โรคหัวใจและหลอดเลือดที่รุนแรง: ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดที่รุนแรง อาจจะไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ เนื่องจากอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน
- โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้: ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี อาจไม่สามารถบริจาคโลหิตได้
- โรคมะเร็ง: ผู้ที่กำลังรักษาโรคมะเร็ง หรือเคยเป็นโรคมะเร็งบางชนิด อาจจะไม่สามารถบริจาคโลหิตได้
- โรคไตเรื้อรัง: ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังอาจไม่สามารถบริจาคโลหิตได้
4. ยาบางชนิด:
- ยาบางชนิดอาจมีผลต่อคุณภาพของโลหิต หรืออาจเป็นอันตรายต่อผู้รับโลหิต ดังนั้น ผู้ที่รับประทานยาบางชนิดจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนการบริจาคโลหิต
ทำไมการคัดกรองจึงสำคัญ:
การคัดกรองผู้บริจาคโลหิตอย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับโลหิต การตรวจประวัติทางการแพทย์ การตรวจร่างกาย และการตรวจโลหิต จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคต่างๆ และ memastikanว่าผู้ที่ได้รับโลหิตนั้นปลอดภัยที่สุด
ข้อควรจำ:
- ก่อนตัดสินใจบริจาคโลหิต ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ผู้รับบริจาคโลหิต เพื่อให้แน่ใจว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง และไม่มีโรคหรือภาวะที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต
- การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่เจ้าหน้าที่ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การคัดกรองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ หรือความเหมาะสมในการบริจาคโลหิต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
การบริจาคโลหิตเป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ แต่ความปลอดภัยของผู้รับโลหิตต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ การคัดกรองผู้บริจาคโลหิตอย่างเข้มงวดจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาชีวิตผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต
#ข้อห้ามเลือด#บริจาคเลือด#โรคต้องห้ามข้อเสนอแนะสำหรับคำตอบ:
ขอบคุณที่ให้ข้อเสนอแนะ! ข้อเสนอแนะของคุณมีความสำคัญต่อการปรับปรุงคำตอบในอนาคต