ไอไม่หายสักทีเกิดจากสาเหตุอะไร

8 การดู

ไอเรื้อรังอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหลากหลาย เช่น ภูมิแพ้ ไรฝุ่น การติดเชื้อราในปอด หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม อย่าปล่อยทิ้งไว้นานอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ไอไม่หายสักที…สัญญาณเตือนภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

อาการไอเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการขับสิ่งแปลกปลอมออกจากระบบทางเดินหายใจ แต่หากไอเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 2-3 สัปดาห์ หรือไอเป็นๆ หายๆ เรื้อรังนานหลายเดือน อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ ซึ่งไม่ควรนิ่งนอนใจและปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด เพราะอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้

สาเหตุของอาการไอเรื้อรังมีความหลากหลาย ตั้งแต่สาเหตุที่พบได้บ่อย ไปจนถึงโรคที่ร้ายแรง ยกตัวอย่างเช่น:

  • โรคภูมิแพ้: ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรือสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ กระตุ้นให้เกิดอาการไอเรื้อรัง มักมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล และจามร่วมด้วย
  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม วัณโรค และโควิด-19 สามารถทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
  • โรคกรดไหลย้อน: กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหาร และระคายเคืองทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง มักมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และกลืนลำบากร่วมด้วย
  • โรคหอบหืด: ทางเดินหายใจอักเสบและตีบแคบลง ทำให้หายใจลำบาก มีเสียงหวีด และไอเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนหรือหลังออกกำลังกาย
  • การระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม: ควันบุหรี่ ฝุ่นควัน มลพิษทางอากาศ สารเคมี หรือแม้แต่อากาศแห้ง ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังได้
  • เนื้องอกในปอด: ในบางกรณี อาการไอเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของเนื้องอกในปอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการไอเป็นเลือดร่วมด้วย
  • ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่ม ACE inhibitors ที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูง สามารถทำให้เกิดอาการไอแห้งๆ เรื้อรังได้

การวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการไอเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดจากแพทย์ ซึ่งอาจรวมถึงการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การตรวจเลือด การเอ็กซเรย์ปอด หรือการตรวจอื่นๆ ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำและรับการรักษาที่ตรงจุด

ดังนั้น หากคุณมีอาการไอเรื้อรัง อย่านิ่งนอนใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นและคืนสุขภาพที่ดีให้กับระบบทางเดินหายใจของคุณ