กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงและกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงแตกต่างกันอย่างไร

19 การดู

ข้อมูลแนะนำเพิ่มเติม:

เลือกกล้องโทรทรรศน์ให้เหมาะกับเป้าหมาย! หากเน้นชมดาวเคราะห์และดวงจันทร์ กล้องหักเหแสงขนาดเล็กอาจตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องการสำรวจวัตถุท้องฟ้าที่จางแสง กล้องสะท้อนแสงหรือแคสสิเกรนจะให้ภาพที่สว่างและคมชัดกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้องแคสสิเกรนที่ถือเป็นตัวเลือกอเนกประสงค์สำหรับการดูวัตถุหลากหลายประเภท

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

กล้องโทรทรรศน์: หักเหแสง vs. สะท้อนแสง – ส่องจักรวาลในแบบที่แตกต่าง

เมื่อแหงนมองท้องฟ้าในคืนเดือนมืด เราอาจเกิดแรงบันดาลใจอยากจะมองให้เห็นไกลกว่าที่ตาเปล่าจะทำได้ กล้องโทรทรรศน์คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราทำเช่นนั้นได้ แต่เมื่อมองหากล้องโทรทรรศน์สักตัว เราจะพบว่ามีสองประเภทหลักๆ คือ กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง (Refracting Telescope) และกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง (Reflecting Telescope) ทั้งสองประเภทต่างมีหลักการทำงานและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจความแตกต่างเหล่านี้ เพื่อให้คุณสามารถเลือกกล้องโทรทรรศน์ที่เหมาะกับความต้องการของคุณมากที่สุด

หลักการทำงาน: ทางแยกของแสง

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดของกล้องโทรทรรศน์ทั้งสองประเภทนี้อยู่ที่วิธีการรวบรวมและโฟกัสแสง:

  • กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง: ใช้เลนส์แก้วเพื่อหักเห (Refract) แสงที่ส่องเข้ามาให้มารวมกันที่จุดโฟกัส เลนส์แก้วขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าสุดของกล้อง (เลนส์วัตถุ) จะทำหน้าที่รวบรวมแสง แล้วเลนส์ใกล้ตา (Eyepiece) จะขยายภาพที่จุดโฟกัสให้เรามองเห็น
  • กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง: ใช้กระจกเงาเว้า (Concave Mirror) เพื่อสะท้อน (Reflect) แสงที่ส่องเข้ามาให้มารวมกันที่จุดโฟกัส กระจกเงาเว้าขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านล่างของกล้องจะทำหน้าที่รวบรวมแสง จากนั้นแสงจะถูกสะท้อนไปยังกระจกเงาอีกชิ้นหนึ่ง (กระจกเงาทุติยภูมิ) ซึ่งจะสะท้อนแสงไปยังเลนส์ใกล้ตา

ข้อดีข้อเสีย: เลือกให้ตรงใจ ส่องให้ตรงจุด

เมื่อทราบหลักการทำงานแล้ว ลองมาดูข้อดีข้อเสียของกล้องโทรทรรศน์แต่ละประเภทกัน:

กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง:

  • ข้อดี:
    • ภาพคมชัด: โดยทั่วไปให้ภาพที่คมชัดและมีคอนทราสต์สูง เหมาะสำหรับการดูดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ และดาวคู่
    • ดูแลรักษาง่าย: เลนส์แก้วถูกปิดผนึก ทำให้ป้องกันฝุ่นและความชื้นได้ดีกว่า
    • ขนาดกะทัดรัด: กล้องหักเหแสงขนาดเล็กเคลื่อนย้ายได้สะดวก
  • ข้อเสีย:
    • ราคาสูง: เลนส์แก้วขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพสูงมีราคาแพง
    • เกิดความคลาดสี: แสงสีต่างๆ ถูกหักเหในองศาที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดขอบสีรอบวัตถุ
    • ขนาดจำกัด: การผลิตเลนส์แก้วขนาดใหญ่ทำได้ยากและมีราคาสูง

กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง:

  • ข้อดี:
    • ราคาถูก: กระจกเงาผลิตได้ง่ายกว่าเลนส์แก้วขนาดใหญ่ ทำให้ราคาถูกกว่า
    • ขนาดใหญ่: สามารถผลิตกระจกเงาขนาดใหญ่ได้ ทำให้รวบรวมแสงได้มาก เหมาะสำหรับการดูวัตถุท้องฟ้าที่จางแสง เช่น เนบิวลา และกาแล็กซี
    • ไม่เกิดความคลาดสี: แสงสีต่างๆ ถูกสะท้อนในมุมเดียวกัน ทำให้ไม่เกิดขอบสี
  • ข้อเสีย:
    • ดูแลรักษายาก: กระจกเงาเปิดรับฝุ่นและความชื้นได้ง่ายกว่า ต้องทำความสะอาดและปรับแต่งเป็นประจำ
    • เกิดความคลาดทรงกลม: ภาพอาจไม่คมชัดเท่ากล้องหักเหแสง
    • ขนาดใหญ่: กล้องสะท้อนแสงขนาดใหญ่มักจะมีขนาดเทอะทะและเคลื่อนย้ายยาก

กล้องแคสสิเกรน: ตัวเลือกที่น่าสนใจ

นอกจากกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงและสะท้อนแสงแล้ว ยังมีกล้องโทรทรรศน์แบบแคสสิเกรน (Cassegrain Telescope) ซึ่งเป็นกล้องสะท้อนแสงชนิดหนึ่งที่ใช้กระจกเงาทั้งสองบานเพื่อสะท้อนแสงไปมา ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและมีขนาดกะทัดรัดกว่ากล้องสะท้อนแสงแบบดั้งเดิม กล้องแคสสิเกรนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการกล้องโทรทรรศน์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายประเภท

บทสรุป: เลือกกล้องให้เหมาะกับคุณ

การเลือกกล้องโทรทรรศน์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณ หากคุณต้องการกล้องขนาดเล็กที่เน้นการดูดาวเคราะห์และดวงจันทร์ กล้องหักเหแสงขนาดเล็กอาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากคุณต้องการกล้องที่สามารถรวบรวมแสงได้มากเพื่อดูวัตถุท้องฟ้าที่จางแสง กล้องสะท้อนแสงหรือแคสสิเกรนจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า ลองพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้คุณได้กล้องโทรทรรศน์ที่สามารถพาคุณไปสำรวจจักรวาลได้อย่างสนุกและคุ้มค่า