ฉันจะกู้คืนไฟล์ที่ไม่ได้เซฟได้อย่างไร

13 การดู

หากโปรแกรม Microsoft Office ปิดไปโดยไม่ได้บันทึกไฟล์ ลองมองหาไฟล์สำรองอัตโนมัติก่อน! ไปที่เมนู ไฟล์ แล้วเลือก เปิด จากนั้นมองหาปุ่ม กู้คืนเอกสารที่ไม่ได้บันทึก (อาจมีชื่อเรียกต่างกันในแต่ละเวอร์ชัน) ไฟล์ที่กู้คืนได้มักมีนามสกุล .asd หรือคล้ายกัน ลองเปิดดู เผื่อมีข้อมูลที่ยังไม่ได้บันทึกอยู่!

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

กู้ชีพข้อมูลก่อนหายวับ: เทคนิคกู้ไฟล์ (ที่เกือบ) ไม่รอดในโลกยุคดิจิทัล

ในโลกที่ทุกสิ่งรวดเร็วและการทำงานส่วนใหญ่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างโปรแกรมค้าง เครื่องดับ หรือไฟตก สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่งานที่เราทุ่มเทไปอาจหายวับไปกับตาโดยไม่ได้บันทึก! แต่ก่อนที่จะถอดใจและเริ่มใหม่ทั้งหมด เรามีเทคนิคที่จะช่วยกู้ชีพข้อมูลเหล่านั้นกลับคืนมาได้

มากกว่าแค่ Microsoft Office: มองหา “กู้คืนอัตโนมัติ” ที่ซ่อนอยู่

วิธีที่คุ้นเคยกันดีในการกู้ไฟล์ที่ไม่ได้บันทึกคือการใช้ฟังก์ชัน “กู้คืนเอกสารที่ไม่ได้บันทึก” ในโปรแกรม Microsoft Office ซึ่งเป็นทางเลือกแรกที่ดีเสมอ แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ โปรแกรมอื่นๆ อีกมากมายก็มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติที่คล้ายคลึงกัน ลองสำรวจเมนู “Preferences” หรือ “Settings” ในโปรแกรมที่คุณใช้เป็นประจำ มองหาคำที่เกี่ยวข้องกับ “Auto Save” “Backup” หรือ “Recovery” ฟังก์ชันเหล่านี้อาจซ่อนตัวอยู่ แต่สามารถช่วยชีวิตคุณได้ในยามคับขัน

เมื่อ “กู้คืนอัตโนมัติ” ไม่ช่วย: ตามหาร่องรอยใน Temporary Files

หากระบบกู้คืนอัตโนมัติไม่ทำงาน หรือโปรแกรมที่คุณใช้ไม่มีฟังก์ชันดังกล่าว อย่าเพิ่งหมดหวัง! ระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่จะสร้างไฟล์ชั่วคราว (Temporary Files) ในระหว่างการทำงาน ซึ่งอาจมีข้อมูลที่เราต้องการอยู่

  • Windows: ลองค้นหาในโฟลเดอร์ C:Users[ชื่อผู้ใช้ของคุณ]AppDataLocalTemp
  • macOS: ลองค้นหาในโฟลเดอร์ /tmp หรือ /private/var/folders

ในโฟลเดอร์เหล่านี้ ให้ลองค้นหาไฟล์ที่มีนามสกุล “.tmp” “.bak” หรือนามสกุลที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมที่คุณใช้ ลองเปิดไฟล์เหล่านี้ด้วยโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง เผื่อว่าจะมีข้อมูลที่ยังไม่ได้บันทึกอยู่

ตัวช่วยขั้นสูง: โปรแกรมกู้ข้อมูล (Data Recovery Software)

หากวิธีข้างต้นไม่ได้ผล โปรแกรมกู้ข้อมูลอาจเป็นทางเลือกสุดท้าย โปรแกรมเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อกู้ไฟล์ที่ถูกลบหรือสูญหายไปจากฮาร์ดดิสก์หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่นๆ โดยจะสแกนหาข้อมูลที่ยังหลงเหลืออยู่และพยายามประกอบกลับคืนมา

มีโปรแกรมกู้ข้อมูลมากมายให้เลือกใช้ ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน ตัวอย่างเช่น Recuva, EaseUS Data Recovery Wizard, และ Stellar Data Recovery เลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับระบบปฏิบัติการของคุณและลองสแกนหาไฟล์ที่หายไป

เคล็ดลับป้องกัน: สร้างเกราะคุ้มภัยให้ข้อมูลของคุณ

แม้ว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยกู้คืนข้อมูลได้ในหลายกรณี แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลของคุณจะสูญหาย:

  • บันทึกเป็นประจำ: กดปุ่ม “Ctrl+S” (Windows) หรือ “Cmd+S” (macOS) ทุกๆ 5-10 นาที หรือหลังจากแก้ไขข้อมูลสำคัญ
  • เปิดใช้งาน Auto Save: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟังก์ชัน Auto Save ถูกเปิดใช้งานในโปรแกรมที่คุณใช้
  • สำรองข้อมูล: สำรองข้อมูลสำคัญของคุณเป็นประจำไปยังอุปกรณ์ภายนอก หรือบริการ Cloud Storage
  • ใช้ระบบ UPS: เครื่องสำรองไฟ (UPS) จะช่วยให้คุณมีเวลาบันทึกงานก่อนที่คอมพิวเตอร์จะดับในกรณีที่ไฟดับ

การสูญเสียข้อมูลเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิด แต่ด้วยความรู้และเครื่องมือที่เหมาะสม เราสามารถกู้คืนข้อมูลที่หายไปกลับคืนมาได้ และที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากประสบการณ์และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต