ตัวแปรภาษา Python มี 2 ชนิด อะไรบ้าง

11 การดู

เรียนรู้การใช้งานตัวแปร Python ทั้งแบบพื้นฐานอย่างตัวเลข, ข้อความ, และแบบเชิงวัตถุ ตัวแปรเชิงวัตถุช่วยจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดการไฟล์, การเชื่อมต่อฐานข้อมูล หรือแม้แต่สร้างแบบจำลองข้อมูลของคุณเอง. ลองฝึกสร้างและใช้งานตัวแปรเหล่านี้เพื่อเพิ่มพูนทักษะการเขียนโปรแกรมของคุณ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

สองใบหน้าของตัวแปรใน Python: พื้นฐานและเชิงวัตถุ สู่การเขียนโปรแกรมที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

ภาษา Python โดดเด่นด้วยความเรียบง่ายและความสามารถในการอ่านโค้ดได้อย่างง่ายดาย หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Python เขียนง่ายและทรงพลังก็คือระบบตัวแปร แม้ว่าเราอาจมองเห็นตัวแปรเป็นเพียงภาชนะสำหรับเก็บข้อมูล แต่เบื้องหลังนั้น Python แบ่งตัวแปรออกเป็นสองประเภทหลักๆ โดยที่ความเข้าใจในประเภทเหล่านี้จะนำไปสู่การเขียนโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

1. ตัวแปรพื้นฐาน (Primitive Data Types): นี่คือตัวแปรที่เราพบเจอบ่อยที่สุดในโค้ด Python และจัดการกับข้อมูลในรูปแบบต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา ได้แก่:

  • ตัวเลข (Numeric): รวมถึงจำนวนเต็ม (integer – int), จำนวนทศนิยม (floating-point – float), และจำนวนเชิงซ้อน (complex number – complex) เช่น:
age = 30          # int
price = 99.99     # float
complex_num = 2 + 3j # complex
  • ข้อความ (String): ใช้สำหรับเก็บข้อความ โดยใช้เครื่องหมายคำพูดเดี่ยว (‘ ‘) หรือคำพูดคู่ (” “) เช่น:
name = "Python Programmer"
message = 'Hello, world!'
  • ค่าบูลีน (Boolean): มีค่าเป็น True หรือ False ใช้สำหรับการเปรียบเทียบเงื่อนไข เช่น:
is_active = True
is_valid = False

ตัวแปรพื้นฐานเหล่านี้ใช้งานง่าย และเหมาะสำหรับการจัดการข้อมูลที่ไม่ซับซ้อน แต่เมื่อเจอกับข้อมูลที่โครงสร้างยิ่งขึ้น เช่น รายการสินค้า ข้อมูลผู้ใช้ หรือข้อมูลจากฐานข้อมูล การใช้ตัวแปรพื้นฐานอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ นี่คือที่มาของประเภทตัวแปรถัดไป

2. ตัวแปรเชิงวัตถุ (Object-Oriented Variables): นี่คือตัวแปรที่ใช้เก็บข้อมูลที่มีโครงสร้าง โดยอาศัยหลักการเชิงวัตถุ (Object-Oriented Programming – OOP) ตัวแปรประเภทนี้ไม่ได้เก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเก็บวิธีการ (methods) ที่ใช้จัดการข้อมูลนั้นๆ ด้วย ทำให้การจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่:

  • List: ลำดับข้อมูลที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น:
my_list = [1, 2, 3, "apple", "banana"]
  • Tuple: ลำดับข้อมูลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น:
my_tuple = (1, 2, 3, "apple", "banana")
  • Dictionary: เก็บข้อมูลแบบคีย์-ค่า เช่น:
my_dict = {"name": "John Doe", "age": 30, "city": "Bangkok"}
  • Set: เก็บข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน เช่น:
my_set = {1, 2, 3, 3, 4}  # จะได้ {1, 2, 3, 4}
  • Class และ Object: เป็นหัวใจสำคัญของการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ เราสามารถสร้างคลาสเพื่อสร้างแบบจำลองข้อมูลที่ซับซ้อน แล้วสร้างออบเจ็กต์จากคลาสเหล่านั้นเพื่อเก็บข้อมูล เช่น สร้างคลาส Person เพื่อเก็บข้อมูลของบุคคล หรือสร้างคลาส File เพื่อจัดการไฟล์ต่างๆ นี่เป็นความสามารถที่ทรงพลัง ช่วยให้เราสร้างระบบโปรแกรมที่มีความยืดหยุ่นและสามารถขยายได้อย่างง่ายดาย

การเรียนรู้และใช้งานตัวแปรทั้งสองประเภทอย่างคล่องแคล่ว เป็นกุญแจสำคัญสู่การเขียนโปรแกรม Python ที่มีประสิทธิภาพ การเลือกใช้ตัวแปรประเภทที่เหมาะสมกับข้อมูลนั้นๆ จะทำให้โค้ดของเรามีความอ่านง่าย บำรุงรักษาได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูง ดังนั้น อย่าลืมฝึกฝนการสร้างและใช้งานตัวแปรต่างๆ เหล่านี้ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการเขียนโปรแกรมของคุณให้ดียิ่งขึ้น