เสียงโทรศัพท์ไม่ดังทำยังไง

7 การดู

เสียงเรียกเข้าหายไปกวนใจใช่ไหม? ลองเช็คด่วน! อย่าเพิ่งตกใจ! เริ่มจากปรับระดับเสียง, ปิดโหมดห้ามรบกวน, ทำความสะอาดช่องลำโพง, และตรวจการตั้งค่าในแอปพลิเคชัน หากยังไม่หาย, ลองรีสตาร์ทเครื่อง หรืออัปเดตซอฟต์แวร์ หากทำตามแล้วยังไม่ได้ผล ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบต่อไป

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เสียงโทรศัพท์หาย…อย่าเพิ่งหัวเสีย! แก้ง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง (ฉบับละเอียด เข้าใจง่าย)

เสียงโทรศัพท์ที่ไม่ดัง เวลาที่คนสำคัญโทรมา หรือพลาดสายสำคัญไป ถือเป็นปัญหาที่น่าหงุดหงิดใจไม่น้อยเลยทีเดียว หลายคนอาจจะตกใจ นึกว่าโทรศัพท์พัง แต่จริงๆ แล้วปัญหานี้อาจจะเกิดจากสาเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสาเหตุที่เป็นไปได้ และวิธีแก้ไขปัญหานี้อย่างละเอียด เข้าใจง่าย ทำตามได้แน่นอน!

1. ตรวจสอบระดับเสียง: จุดเริ่มต้นที่มองข้ามไม่ได้

บ่อยครั้งที่เราเผลอไปลดระดับเสียงเรียกเข้าโดยไม่รู้ตัว ลองตรวจสอบระดับเสียงเรียกเข้าดูก่อนเลยว่าอยู่ในระดับที่ได้ยินหรือไม่ โดย:

  • Android: เข้าไปที่ “การตั้งค่า” > “เสียงและการสั่น” (หรือชื่อที่คล้ายกัน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของโทรศัพท์) > ตรวจสอบระดับเสียงเรียกเข้า (Ring volume) และปรับให้ดังขึ้น
  • iOS: เข้าไปที่ “การตั้งค่า” > “เสียงและการสั่น” > ตรวจสอบระดับ “เสียงเรียกเข้าและเสียงเตือน” และปรับให้ดังขึ้น

อย่าลืมตรวจสอบปุ่มปรับระดับเสียงด้านข้างโทรศัพท์ด้วย เผื่อว่าเผลอไปกดลดเสียงจนสุด

2. ปิด “โหมดห้ามรบกวน” หรือ “โหมดเงียบ”: ศัตรูตัวฉกาจของการได้ยิน

โทรศัพท์หลายรุ่นมีโหมดที่ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน เช่น “โหมดห้ามรบกวน” (Do Not Disturb) หรือ “โหมดเงียบ” (Silent Mode) โหมดเหล่านี้จะปิดเสียงแจ้งเตือนและเสียงเรียกเข้าทั้งหมด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้เปิดใช้งานโหมดเหล่านี้อยู่ โดย:

  • Android: ตรวจสอบที่แถบแจ้งเตือนด้านบน หรือเข้าไปที่ “การตั้งค่า” > “เสียงและการสั่น” > “โหมดห้ามรบกวน” และปิดการใช้งาน
  • iOS: ตรวจสอบที่ “ศูนย์ควบคุม” (Control Center) โดยปัดหน้าจอลงจากมุมบนขวา (สำหรับ iPhone ที่มี Face ID) หรือปัดหน้าจอขึ้นจากด้านล่าง (สำหรับ iPhone ที่มีปุ่ม Home) มองหาไอคอนรูปพระจันทร์เสี้ยว (Do Not Disturb) และปิดการใช้งาน หากไอคอนเป็นสีม่วง แสดงว่าเปิดใช้งานอยู่

3. ทำความสะอาดช่องลำโพง: ขจัดสิ่งสกปรกที่ขัดขวางเสียง

ช่องลำโพงของโทรศัพท์อาจถูกปิดกั้นด้วยฝุ่นละออง สิ่งสกปรก หรือเศษผงต่างๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปล่อยเสียงออกมา ลองทำความสะอาดช่องลำโพงอย่างระมัดระวัง โดยใช้:

  • แปรงสีฟันขนนุ่ม: ค่อยๆ ปัดทำความสะอาดบริเวณช่องลำโพง
  • ผ้าไมโครไฟเบอร์: เช็ดเบาๆ บริเวณช่องลำโพง

ข้อควรระวัง: อย่าใช้ของเหลวใดๆ ในการทำความสะอาดช่องลำโพง เพราะอาจทำให้โทรศัพท์เสียหายได้

4. ตรวจสอบการตั้งค่าในแอปพลิเคชัน: ปัญหาเฉพาะจุดที่ไม่ควรมองข้าม

บางครั้งปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่โทรศัพท์โดยรวม แต่อาจเกิดจากปัญหาเฉพาะในแอปพลิเคชันบางตัว เช่น แอปพลิเคชัน Messenger, Line หรือ WhatsApp ลองตรวจสอบการตั้งค่าการแจ้งเตือนและการตั้งค่าเสียงภายในแอปพลิเคชันเหล่านั้น

5. รีสตาร์ทเครื่อง: วิธีง่ายๆ ที่ได้ผลเสมอ

การรีสตาร์ทเครื่องถือเป็นวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่ได้ผลเสมอ เนื่องจากเป็นการเคลียร์หน่วยความจำชั่วคราวและรีเฟรชระบบ ลองรีสตาร์ทโทรศัพท์ของคุณดู อาจช่วยแก้ปัญหาเสียงไม่ดังได้

6. อัปเดตซอฟต์แวร์: ป้องกันบั๊กและปรับปรุงประสิทธิภาพ

การอัปเดตซอฟต์แวร์ (ระบบปฏิบัติการ) ของโทรศัพท์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยแก้ไขบั๊กต่างๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหา และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของโทรศัพท์

7. ตรวจสอบ “บลูทูธ”: เสียงอาจไปออกที่อื่นโดยไม่รู้ตัว

บางครั้งโทรศัพท์อาจเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บลูทูธอื่นๆ อยู่ เช่น หูฟังบลูทูธ หรือลำโพงบลูทูธ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆ อยู่ หรือปิดบลูทูธไปเลย

8. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากทำทุกวิถีทางแล้วยังไม่หาย

หากลองทำตามวิธีที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว เสียงโทรศัพท์ยังไม่ดังอยู่ดี อาจเป็นไปได้ว่ามีปัญหาทางฮาร์ดแวร์ ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบและซ่อมแซมต่อไป

สรุป:

ปัญหาเสียงโทรศัพท์ไม่ดัง อาจเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่แล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ลองทำตามวิธีที่แนะนำในบทความนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน หากยังไม่หาย อย่าลังเลที่จะปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้โทรศัพท์ของคุณกลับมาใช้งานได้ตามปกติ