Back Up ข้อมูล ทำยังไง

9 การดู

ปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณง่ายๆ! เริ่มต้นโดยพิมพ์ สำรองข้อมูล ในช่องค้นหาของเมนูเริ่ม แล้วเลือก การสำรองข้อมูลและการคืนค่า เลือก สำรองข้อมูลไฟล์ จากนั้นเลือกตำแหน่งจัดเก็บไฟล์สำรอง เลือกดิสก์ที่ต้องการสำรองข้อมูล เพียงเท่านี้ข้อมูลของคุณก็จะปลอดภัย!

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ปกป้องข้อมูลสำคัญ: คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับการสำรองข้อมูล

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลมีค่าดั่งทองคำ การสำรองข้อมูลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพความทรงจำ, เอกสารสำคัญ, งานวิจัย, หรือแม้แต่เพลงโปรด ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อชีวิตของเรา การสูญเสียข้อมูลจึงไม่ใช่แค่เรื่องน่าเสียดาย แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน, การเรียน, หรือแม้แต่ความรู้สึกส่วนตัว

หลายคนอาจมองว่าการสำรองข้อมูลเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อน แต่ความจริงแล้วมันง่ายกว่าที่คุณคิด! บทความนี้จะนำเสนอวิธีการสำรองข้อมูลที่เข้าใจง่ายและสามารถทำตามได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ

ทำไมต้องสำรองข้อมูล?

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการสำรองข้อมูล เรามาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมเราถึงต้องทำเช่นนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้ข้อมูลของเราสูญหายได้ เช่น:

  • ความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์: ฮาร์ดดิสก์ SSD หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ สามารถเสียหายได้เสมอ การสำรองข้อมูลจะช่วยให้คุณไม่สูญเสียข้อมูลเมื่ออุปกรณ์เหล่านี้เสีย
  • ไวรัสและมัลแวร์: ไวรัสและมัลแวร์บางชนิดสามารถทำลายข้อมูลของคุณได้ การสำรองข้อมูลจะช่วยให้คุณสามารถกู้คืนข้อมูลกลับมาได้
  • ความผิดพลาดของมนุษย์: การลบไฟล์ผิดพลาด, การฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์โดยไม่ได้ตั้งใจ, หรือแม้แต่การทำอุปกรณ์หาย ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลสูญหายได้
  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ: ไฟไหม้, น้ำท่วม, แผ่นดินไหว ล้วนเป็นภัยคุกคามที่สามารถทำลายอุปกรณ์เก็บข้อมูลของคุณได้

วิธีการสำรองข้อมูล (สำหรับ Windows):

ถึงแม้จะมีโปรแกรมสำรองข้อมูลมากมายให้เลือกใช้ แต่ Windows เองก็มีเครื่องมือสำรองข้อมูลพื้นฐานที่ใช้งานได้ดี บทความนี้จะเน้นการใช้งานเครื่องมือที่มาพร้อมกับ Windows:

  1. ค้นหาเครื่องมือสำรองข้อมูล:

    • ไปที่เมนู “Start” (หรือกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด)
    • พิมพ์ “สำรองข้อมูล” หรือ “Backup” ในช่องค้นหา
    • เลือก “การสำรองข้อมูลและการคืนค่า (Windows 7)” หรือ “Backup and Restore (Windows 7)” (ถึงแม้จะเป็น Windows 10 หรือ 11 ก็ตาม เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย)
  2. เริ่มต้นการสำรองข้อมูล:

    • คลิกที่ “ตั้งค่าการสำรองข้อมูล” หรือ “Set up backup”
  3. เลือกตำแหน่งจัดเก็บไฟล์สำรอง:

    • คุณสามารถเลือกที่จะสำรองข้อมูลไปยังฮาร์ดดิสก์ภายนอก (External Hard Drive), แฟลชไดรฟ์ (Flash Drive), หรือแม้แต่เครือข่าย (Network Location)
    • คำแนะนำ: การสำรองข้อมูลไปยังฮาร์ดดิสก์ภายนอกเป็นวิธีที่นิยมและสะดวกที่สุด อย่าลืมเลือกฮาร์ดดิสก์ที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับข้อมูลของคุณ
  4. เลือกสิ่งที่จะสำรอง:

    • คุณสามารถให้ Windows เลือกโดยอัตโนมัติ (Recommended) หรือเลือกเอง (Let me choose)
    • หากเลือก “Let me choose” คุณสามารถเลือกโฟลเดอร์และไฟล์ที่คุณต้องการสำรองได้
  5. ตรวจสอบและเริ่มต้นการสำรองข้อมูล:

    • ตรวจสอบการตั้งค่าทั้งหมดอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มการสำรองข้อมูล
    • คลิกที่ “เริ่มการสำรองข้อมูล” หรือ “Start backup”

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

  • กำหนดตารางเวลาการสำรองข้อมูล: กำหนดเวลาให้ Windows สำรองข้อมูลของคุณเป็นประจำ เช่น ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีข้อมูลล่าสุดสำรองไว้เสมอ
  • ทดสอบการคืนค่า: หลังจากสำรองข้อมูลเสร็จแล้ว ให้ลองทำการคืนค่าไฟล์บางไฟล์เพื่อตรวจสอบว่าการสำรองข้อมูลทำงานอย่างถูกต้อง
  • สำรองข้อมูลแบบ 3-2-1: แนวคิดนี้แนะนำให้คุณมีสำเนาข้อมูล 3 ชุด, เก็บไว้ในอุปกรณ์ 2 ประเภท (เช่น ฮาร์ดดิสก์ภายนอกและคลาวด์), และเก็บสำเนา 1 ชุดไว้นอกสถานที่ (เช่น ที่บ้านเพื่อนหรือในตู้เซฟ)
  • พิจารณาบริการคลาวด์: นอกจากฮาร์ดดิสก์ภายนอกแล้ว การสำรองข้อมูลไปยังบริการคลาวด์ เช่น Google Drive, Dropbox, หรือ OneDrive ก็เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากข้อมูลจะถูกจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเหล่านั้น

สรุป:

การสำรองข้อมูลไม่ใช่เรื่องยากและไม่ควรมองข้าม การทำตามขั้นตอนง่ายๆ ที่กล่าวมาข้างต้นจะช่วยให้คุณปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณจากความเสี่ยงต่างๆ ได้ อย่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยคิดถึงการสำรองข้อมูล เริ่มต้นสำรองข้อมูลของคุณตั้งแต่วันนี้!