Cloud Server มีกี่ประเภท

11 การดู

Cloud Server หรือ Virtual Server คือเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานของ Physical Server หลายตัว ทำให้มีประสิทธิภาพสูง แบ่งหลักๆ เป็น 2 ประเภท คือ Private Cloud เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูง และ Public Cloud ที่เน้นความยืดหยุ่นและประหยัดค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการปรับขนาดทรัพยากรได้ตามต้องการ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

พลิกมุมมอง Cloud Server: มากกว่าแค่ Private กับ Public

บทความเกี่ยวกับ Cloud Server มักจะสรุปแบบง่ายๆ ด้วยสองประเภทหลัก คือ Private Cloud และ Public Cloud แต่ความจริงแล้วโลกของ Cloud Server นั้นซับซ้อนและหลากหลายกว่าที่คิด การแบ่งประเภทเพียงแค่สองอย่างนั้นอาจไม่ครอบคลุมถึงความแตกต่างและตัวเลือกที่มากมายที่มีให้เลือกใช้ ดังนั้น เราจะมาขยายความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของ Cloud Server กันอย่างละเอียดมากขึ้น

การแบ่งประเภท Cloud Server ที่แม่นยำขึ้นนั้น ควรพิจารณาจากหลายมิติ ไม่ใช่แค่เพียงระดับการเข้าถึงความปลอดภัย เราสามารถแบ่ง Cloud Server ออกได้เป็นหลายประเภทตามลักษณะการใช้งานและการจัดการ โดยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้:

1. ตามแบบจำลองการให้บริการ (Service Model):

  • IaaS (Infrastructure as a Service): เป็นระดับพื้นฐานที่สุด ผู้ใช้จะได้รับทรัพยากรทางกายภาพเสมือน เช่น CPU, RAM, Storage และ Network โดยผู้ใช้ต้องดูแลการติดตั้งและจัดการซอฟต์แวร์เองทั้งหมด คล้ายกับการเช่าห้องเซิร์ฟเวอร์เปล่าๆ แล้วนำมาติดตั้งระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันเอง
  • PaaS (Platform as a Service): ผู้ใช้ได้รับแพลตฟอร์มการพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันที่พร้อมใช้งาน เช่น ระบบปฏิบัติการ, เว็บเซิร์ฟเวอร์, ฐานข้อมูล ผู้ใช้เพียงแค่โฟกัสไปที่การพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องจัดการโครงสร้างพื้นฐาน คล้ายกับการเช่าห้องที่มีอุปกรณ์พร้อมใช้งานอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องนำของตัวเองมาใช้งาน
  • SaaS (Software as a Service): เป็นระดับสูงสุด ผู้ใช้ได้รับซอฟต์แวร์ที่พร้อมใช้งานผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องจัดการอะไรเลย เช่น Google Docs, Gmail, Salesforce คล้ายกับการเช่าห้องที่พร้อมใช้งานพร้อมอุปกรณ์และทุกอย่างครบครัน เพียงแค่เข้าไปใช้งานได้เลย

2. ตามระดับการเข้าถึงและความปลอดภัย:

  • Public Cloud: ทรัพยากรแชร์กับผู้ใช้รายอื่น มีความยืดหยุ่นสูง ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ความปลอดภัยอาจลดลงหากไม่ได้มีการจัดการที่ดี เช่น Amazon Web Services (AWS), Microsoft Azure, Google Cloud Platform (GCP)
  • Private Cloud: ทรัพยากรเฉพาะสำหรับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง มีความปลอดภัยสูง สามารถควบคุมได้อย่างเต็มที่ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงและความยืดหยุ่นอาจจำกัด มักใช้ในองค์กรที่มีข้อมูลสำคัญและต้องการความปลอดภัยสูงสุด
  • Hybrid Cloud: การผสมผสานระหว่าง Public Cloud และ Private Cloud ใช้ประโยชน์จากข้อดีของทั้งสองแบบ เช่น ใช้ Public Cloud สำหรับการทำงานที่ไม่สำคัญ และใช้ Private Cloud สำหรับข้อมูลสำคัญ เพิ่มความยืดหยุ่นและความปลอดภัย
  • Community Cloud: ทรัพยากรแชร์กันระหว่างองค์กรหลายแห่งที่มีความต้องการคล้ายคลึงกัน เช่น องค์กรในอุตสาหกรรมเดียวกัน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความร่วมมือ

การเลือกประเภท Cloud Server ที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น งบประมาณ, ความปลอดภัย, ความยืดหยุ่น, และความสามารถในการจัดการ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของแต่ละประเภทอย่างละเอียดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถเลือกใช้ Cloud Server ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด