Google ลบการระบุตัวตนในข้อมูลอย่างไร

21 การดู
Google ใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อลบการระบุตัวตนในข้อมูล ได้แก่: K-anonymization: ปกปิดข้อมูลในเซลล์ต่างๆ เพื่อให้แต่ละเซลล์มีความแตกต่างกันอย่างน้อย k แถวเพื่อป้องกันการระบุตัวตน Differential privacy: เพิ่ม noise แบบสุ่มไปยังข้อมูลเพื่อลดความเสี่ยงที่บุคคลจะถูกระบุจากข้อมูล ฟังก์ชันแฮชแบบคัดลอกไม่ได้: เปลี่ยนข้อมูลเป็นค่าแฮชแบบคัดลอกไม่ได้ ซึ่งป้องกันการเปรียบเทียบและระบุข้อมูลดั้งเดิม
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

Google ลบการระบุตัวตนในข้อมูลอย่างไร

ในยุคแห่งข้อมูลขนาดใหญ่ การปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มีความสำคัญอย่างยิ่ง Google ในฐานะหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้พัฒนาวิธีการที่ซับซ้อนเพื่อลบการระบุตัวตนในข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากผู้ใช้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและในขณะเดียวกันก็ยังคงให้ข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับการวิเคราะห์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป

เทคนิคการลบการระบุตัวตนในข้อมูลที่ Google ใช้มีดังนี้

K-anonymization

K-anonymization เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อปกปิดข้อมูลในเซลล์ต่างๆ ของชุดข้อมูล เป้าหมายคือเพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละเซลล์แตกต่างกันไปอย่างน้อย k แถว ซึ่งจะป้องกันไม่ให้สามารถระบุตัวบุคคลได้จากข้อมูลนั้น ตัวอย่างเช่น ชุดข้อมูลที่มีข้อมูลเกี่ยวกับอายุ เพศ และรายได้ อาจถูกลบการระบุตัวตนโดยใช้ k-anonymization โดยเปลี่ยนช่วงอายุให้เป็นค่าประมาณ เช่น 20-29 ปี หรือ 30-39 ปี สิ่งนี้จะทำให้ยากขึ้นในการระบุตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งจากชุดข้อมูล

Differential Privacy

Differential privacy เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อเพิ่ม noise แบบสุ่มไปยังข้อมูล การเพิ่ม noise นี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่บุคคลจะถูกระบุจากชุดข้อมูลได้ โดยการทำให้ข้อมูลนั้นยากขึ้นที่จะแยกแยะบุคคลใดบุคคลหนึ่งออกจากคนอื่น ตัวอย่างเช่น ชุดข้อมูลที่มีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนคลิกในโฆษณา อาจถูกลบการระบุตัวตนโดยใช้ differential privacy โดยเพิ่ม noise แบบสุ่มไปยังจำนวนคลิกของแต่ละโฆษณา สิ่งนี้จะทำให้ยากขึ้นในการระบุตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามพฤติกรรมการคลิกของพวกเขา

ฟังก์ชันแฮชแบบคัดลอกไม่ได้

ฟังก์ชันแฮชแบบคัดลอกไม่ได้เป็นเทคนิคที่ใช้ในการเปลี่ยนข้อมูลเป็นค่าแฮชที่ไม่สามารถคัดลอกได้ ค่าแฮชแบบคัดลอกไม่ได้มีความปลอดภัยสูงและไม่สามารถย้อนกลับได้ ซึ่งหมายความว่าเมื่อข้อมูลถูกแปลงเป็นค่าแฮชแบบคัดลอกไม่ได้แล้ว จะไม่สามารถกู้ข้อมูลเดิมกลับคืนมาได้ กระบวนการนี้จะป้องกันการเปรียบเทียบและการระบุข้อมูลดั้งเดิม ทำให้ข้อมูลมีความปลอดภัยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Google ใช้ฟังก์ชันแฮชแบบคัดลอกไม่ได้ในการแปลงรหัสผ่านของผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์ขโมยรหัสผ่านและเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้ได้

วิธีการลบการระบุตัวตนในข้อมูลที่ Google ใช้เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ วิธีการเหล่านี้ช่วยให้ Google สามารถเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ด้วยการใช้เทคนิคเหล่านี้ Google จึงสามารถมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีประโยชน์แก่ผู้ใช้ tout ในขณะที่ยังคงปกป้องข้อมูลของพวกเขาได้อย่างปลอดภัย