การพยาบาลผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ Coggle มีอะไรบ้าง

0 การดู

การพยาบาลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะ:

  • ติดตามอาการติดเชื้อ: วัดสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง สังเกตอาการไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น ปวดแสบขณะปัสสาวะ หรือปวดบริเวณท้องน้อย

  • เทคนิคปราศจากเชื้อ: รักษาความสะอาดบริเวณสายสวนปัสสาวะ ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังสัมผัสสายสวน ทำความสะอาดบริเวณรอบสายสวนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เปลี่ยนชุดเก็บปัสสาวะตามกำหนด

  • การใช้ยา: ให้ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด สังเกตอาการข้างเคียงจากยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผื่น และแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทราบ

  • การดื่มน้ำ: กระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ 2,500-3,000 ซีซีต่อวัน เพื่อช่วยขับเชื้อโรคออกจากทางเดินปัสสาวะ

  • การดูแลอื่นๆ: ดูแลสายสวนไม่ให้หักงอหรือตึง ดูแลไม่ให้ถุงเก็บปัสสาวะอยู่สูงกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะ สอนผู้ป่วยและญาติในการดูแลสายสวนปัสสาวะเบื้องต้นเมื่อกลับบ้าน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

โอเค มาดูกันว่าเราจะดูแลคนไข้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะยังไงให้มัน…เป็นมนุษย์มากขึ้นเนอะ คือพูดง่ายๆ ว่าดูแลแบบที่เราอยากให้คนในครอบครัวเราได้รับการดูแลนั่นแหละ

การพยาบาลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะ: ไม่ใช่แค่ทำตาม Checklist แต่มันคือความใส่ใจ!

เอาจริง ๆ นะ เรื่องใส่สายสวนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยนะทุกคน คือมันเสี่ยงติดเชื้อมากกกก (ก.ไก่ ล้านตัว) ดังนั้น สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ…

  • จับตาดูเรื่องติดเชื้อเป็นพิเศษ: วัดไข้ทุก 4 ชั่วโมงเนี่ย ถามว่าเป๊ะขนาดนั้นมั้ย…บางทีก็ไม่ได้เป๊ะขนาดนั้นหรอกค่ะ (หัวเราะแห้งๆ) แต่เอาเป็นว่าสังเกตอาการให้ดีๆ เถอะ ไข้ขึ้น หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่นๆ หรือมีกลิ่นแปลกๆ เนี่ย ต้องรีบแจ้งทีมแพทย์เลยนะ อย่าปล่อยไว้! แล้วไอ้อาการปวดแสบเนี่ย อย่ามองข้ามเด็ดขาด! เคยมีเคสที่ญาติมองข้ามไป นึกว่าคนแก่บ่นไปเรื่อย สรุปติดเชื้อในกระแสเลือด เกือบไม่รอด!

  • ความสะอาดต้องมาอันดับหนึ่ง: ล้างมือๆๆๆๆ ก่อนจับอะไรที่เป็นสายสวนเนี่ยสำคัญสุด! คือเอาจริง ต่อให้รีบแค่ไหนก็ต้องล้างอะ ไม่ใช่แค่ล้างน้ำเปล่านะ ต้องใช้สบู่อีก! แล้วก็เช็ดทำความสะอาดรอบๆ สายสวนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ (ตามที่หมอสั่งนะ) อย่าคิดเอง เออเอง! แล้วก็เรื่องเปลี่ยนถุงเก็บปัสสาวะเนี่ย ก็ต้องตามกำหนดนะ อย่าลืม!

  • ยาปฏิชีวนะ…กินให้ครบตามหมอสั่ง: อันนี้สำคัญมาก! อย่าคิดว่ากินไปสองสามวันแล้วดีขึ้น แล้วหยุดเองนะ! เชื้อโรคมันฉลาดจะตาย มันจะดื้อยาเอา! แล้วก็สังเกตอาการข้างเคียงด้วยนะ บางคนกินแล้วคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีผื่นขึ้น ก็ต้องรีบแจ้งพยาบาล

  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อันนี้เบสิกเลย แต่สำคัญมาก! เคยอ่านเจอว่าต้อง 2,500-3,000 ซีซีต่อวัน แต่เอาจริงๆ นะ ถ้าคนไข้ไม่ไหวจริง ๆ ก็ไม่ต้องฝืนขนาดนั้น เอาที่เขาสบายใจ ดื่มได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอ (แต่ต้องเยอะนะ ไม่ใช่จิบๆ!)

  • ดูแลสายสวนให้ดี: อย่าให้สายมันหักงอ หรือตึงเกินไป! เคยเจอเคสที่ญาติจัดท่านอนให้คนไข้ แล้วสายมันงอ ปัสสาวะไม่ออก สุดท้ายต้องมาแก้กันวุ่นวาย! แล้วก็ถุงเก็บปัสสาวะ ต้องอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะเสมอ! ไม่งั้นปัสสาวะมันจะไหลย้อนกลับ (คิดภาพตามสิ…สยอง!)

  • สอนญาติให้เป็น: อันนี้สำคัญมากๆ ถ้าคนไข้ต้องกลับไปดูแลที่บ้าน ญาติจะต้องรู้วิธีดูแลสายสวนเบื้องต้น เช่น การสังเกตอาการผิดปกติ การทำความสะอาด และการป้องกันการติดเชื้อ คือสอนให้ละเอียดเลยนะ อย่าคิดว่าเขาจะรู้เอง

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า การดูแลคนไข้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะ ไม่ใช่แค่ทำตามขั้นตอนที่เขียนไว้ในหนังสือ แต่มันคือการดูแลด้วยความใส่ใจ มองคนไข้เป็นคนในครอบครัวเราเอง แล้วเราจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา 😊