ท้องเสียควรถ่ายให้หมดไหม
เมื่อท้องเสีย ควรขับถ่ายอุจจาระออกให้หมดเพื่อกำจัดเชื้อโรคและสารพิษ เลือกทานอาหารอ่อนย่อยง่าย งดอาหารรสจัดและนม ดื่มเกลือแร่ ORS ชดเชยน้ำที่สูญเสียไป แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ เพื่อให้ลำไส้พักฟื้นได้เต็มที่ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
ท้องเสีย…ถ่ายให้หมดจริงหรือ? ไขข้อสงสัยเรื่องการขับถ่ายเมื่อท้องเสีย
อาการท้องเสียเป็นปัญหาที่ใครหลายคนต้องเผชิญ และมักสร้างความรำคาญใจให้กับชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยเมื่อเกิดอาการนี้คือ “ควรจะถ่ายให้หมดไหม?” ซึ่งบทความนี้จะมาไขข้อสงสัยนี้ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองเมื่อท้องเสียอย่างถูกต้อง
ทำไมเราถึงท้องเสีย?
ก่อนจะตอบคำถามเรื่องการขับถ่าย เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าอะไรเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิต นอกจากนี้ การแพ้อาหาร ทานอาหารที่ปนเปื้อน หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ก็สามารถทำให้ท้องเสียได้เช่นกัน เมื่อเกิดการติดเชื้อหรือระคายเคือง ลำไส้จะพยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการถ่ายเหลวและถี่ขึ้น
ถ่ายให้หมด…จริงหรือ?
คำตอบคือ ใช่และไม่ใช่ การถ่ายอุจจาระเมื่อรู้สึกปวดท้องเสีย เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเชื้อโรคและสารพิษที่ก่อให้เกิดอาการป่วย การพยายามกลั้นอุจจาระอาจทำให้เชื้อโรคและสารพิษเหล่านี้ยังคงอยู่ในร่างกาย ส่งผลให้อาการท้องเสียแย่ลงได้
อย่างไรก็ตาม การพยายามเบ่งถ่ายจนเกินไป หรือการนั่งถ่ายนานๆ โดยที่ไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายจริงๆ อาจทำให้เกิดผลเสียได้ เช่น การระคายเคืองบริเวณทวารหนัก ริดสีดวงทวาร หรืออาการปวดท้องมากขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือ:
- ฟังร่างกาย: เมื่อรู้สึกปวดท้องเสีย ให้เข้าห้องน้ำและถ่ายอุจจาระออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
- อย่าเบ่ง: หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดผลเสียได้
- อย่าฝืน: หากไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายจริง ๆ ไม่ควรนั่งแช่อยู่ในห้องน้ำนานๆ
- สังเกตอาการ: หากถ่ายเหลวบ่อยครั้งและมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง ปวดท้องรุนแรง หรือมีเลือดปนในอุจจาระ ควรรีบปรึกษาแพทย์
ดูแลตัวเองเมื่อท้องเสียอย่างไร?
นอกจากการขับถ่ายอย่างถูกวิธี การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้อาการท้องเสียดีขึ้นได้เร็วขึ้น:
- ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย: เลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรือซุปใส หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมัน และผลิตภัณฑ์จากนม
- งดอาหารที่อาจกระตุ้น: งดอาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการท้องเสีย เช่น อาหารที่มีกากใยสูง ผักดิบ ผลไม้รสเปรี้ยว
- ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS): ท้องเสียทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ การดื่มน้ำเกลือแร่ ORS จะช่วยชดเชยสิ่งที่สูญเสียไปและป้องกันภาวะขาดน้ำ
- จิบน้ำบ่อยๆ: นอกจากน้ำเกลือแร่ ควรจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- แบ่งมื้ออาหาร: แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ จะช่วยลดภาระการทำงานของลำไส้
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
อาการท้องเสียส่วนใหญ่มักหายได้เองภายใน 2-3 วัน แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์:
- อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
- มีไข้สูง
- ปวดท้องรุนแรง
- มีเลือดปนในอุจจาระ
- **มีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง (เช่น ปัสสาวะน้อยมาก ปากแห้ง)
- อ่อนเพลียมาก
สรุป
การถ่ายอุจจาระเมื่อรู้สึกปวดท้องเสียเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรเบ่งถ่ายจนเกินไป การดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารอ่อนย่อยง่าย ดื่มน้ำเกลือแร่ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้อาการท้องเสียดีขึ้นได้ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
#ควรถ่าย#ถ่ายให้หมด#ท้องเสียข้อเสนอแนะสำหรับคำตอบ:
ขอบคุณที่ให้ข้อเสนอแนะ! ข้อเสนอแนะของคุณมีความสำคัญต่อการปรับปรุงคำตอบในอนาคต