ประจําเดือน มาช้าสุดกี่วัน

17 การดู

ประจำเดือนมาไม่ตรงอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก หากรอบเดือนของคุณไม่มาตามปกติภายใน 35 วัน และไม่มีความเสี่ยงตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ อย่าเพิ่งกังวลใจไปก่อน แพทย์จะช่วยหาคำตอบให้คุณ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ประจำเดือนมาช้า: สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ประจำเดือน คือกระบวนการทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์เป็นประจำทุกเดือน โดยเฉลี่ยรอบเดือนจะอยู่ที่ 28 วัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว รอบเดือนของผู้หญิงแต่ละคนแตกต่างกันไป และอาจมีความคลาดเคลื่อนบ้างเล็กน้อยในแต่ละเดือน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

ประจำเดือนมาช้าสุดกี่วันถึงเรียกว่าผิดปกติ?

โดยทั่วไป หากประจำเดือนมาช้ากว่ารอบเดือนปกติของคุณเกิน 7 วัน ถือว่ามาช้า แต่ถ้าประจำเดือนมาช้ากว่า 35 วัน นับจากวันแรกของรอบเดือนล่าสุด (วันแรกที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย) และคุณไม่ได้มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ ควรพิจารณาถึงสาเหตุอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อรอบเดือนของคุณ

ปัจจัยที่อาจทำให้ประจำเดือนมาช้า:

  • ความเครียด: ความเครียดส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งควบคุมรอบเดือนได้
  • น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง: การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนัก อาจส่งผลต่อการทำงานของรังไข่
  • การออกกำลังกายอย่างหนัก: การออกกำลังกายที่มากเกินไป อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมรอบเดือน
  • การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต: การเดินทางข้ามเขตเวลา (Jet Lag) หรือการเปลี่ยนแปลงตารางการนอนหลับ อาจทำให้รอบเดือนผิดปกติ
  • ภาวะทางการแพทย์: บางภาวะทางการแพทย์ เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่ (PCOS) อาจส่งผลต่อรอบเดือน
  • ยาบางชนิด: ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิดบางประเภท หรือยาแก้แพ้ อาจทำให้ประจำเดือนมาช้า

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

แม้ว่าประจำเดือนมาช้าอาจเป็นเรื่องปกติในบางครั้ง แต่หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม:

  • ประจำเดือนมาช้ากว่า 35 วัน: นับจากวันแรกของรอบเดือนล่าสุด
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ: รอบเดือนไม่แน่นอน มาเร็วบ้าง ช้าบ้าง
  • มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย: เช่น ปวดท้องรุนแรง เลือดออกผิดปกติ หรือมีขนขึ้นตามร่างกายมากเกินไป
  • กังวลใจ: หากคุณรู้สึกกังวลเกี่ยวกับรอบเดือนที่ผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อคลายความกังวล

สิ่งที่ไม่ควรทำ:

  • อย่าซื้อยามารับประทานเอง: การซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจเป็นอันตรายได้
  • อย่าปล่อยทิ้งไว้: การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่หาสาเหตุ อาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

สรุป:

ประจำเดือนมาช้าอาจเกิดจากหลายปัจจัย หากประจำเดือนมาช้ากว่า 35 วัน และไม่มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาที่เหมาะสม การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการกับความเครียด ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รอบเดือนเป็นปกติได้

ข้อควรจำ: ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำจากแพทย์ได้ หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ