หากบุคคลยังไม่บรรลุนิติภาวะมีเงินได้ประเภทใด ที่ให้ถือว่าเป็นเงินได้ของบิดาหรือมารดา และถือว่าไม่มีเงินได้
ข้อมูลแนะนำใหม่:
สำหรับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและได้รับเงินปันผล กฎหมายกำหนดให้ถือเป็นเงินได้ของบิดาหรือมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว แม้เงินปันผลจะสูงถึง 30,000 บาท ก็ยังคงสามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้ตามปกติ เนื่องจากถือว่าเป็นเงินได้ของผู้ปกครอง ไม่ใช่ของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
เงินได้ของเด็กเล็ก: ใครเป็นเจ้าของ ใครได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
กฎหมายกำหนดให้บุคคลต้องบรรลุนิติภาวะจึงจะมีสิทธิ์และความรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างเต็มที่ สำหรับเด็กและเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย) เรื่องเงินได้จึงมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ บทความนี้จะอธิบายว่าเงินได้ประเภทใดที่ถือเป็นเงินได้ของบิดาหรือมารดา และประเภทใดที่ถือว่าเด็กไม่มีเงินได้
โดยทั่วไปแล้ว เงินได้ของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะถูกพิจารณาเป็นเงินได้ของบิดาหรือมารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง นี่เป็นหลักการสำคัญที่ส่งผลต่อการคำนวณภาษีและการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น สิทธิลดหย่อนภาษีบุตร
เงินได้ที่ถือเป็นของบิดาหรือมารดา:
-
เงินปันผล: แม้บุตรจะได้รับเงินปันผลจากหุ้นหรือทรัพย์สินใดๆ ไม่ว่าจำนวนเงินจะมากน้อยเพียงใด (เช่น 30,000 บาท หรือมากกว่า) กฎหมายก็จะถือว่าเป็นเงินได้ของบิดาหรือมารดาที่ใช้อำนาจปกครอง ซึ่งหมายความว่าบิดามารดาสามารถนำเงินปันผลนี้ไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ของตนเอง และยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบุตรได้ตามปกติ เพราะเงินปันผลมิได้เป็นเงินได้ของบุตรโดยตรง
-
ดอกเบี้ยจากเงินฝาก: ในกรณีที่บุตรมีบัญชีเงินฝากและได้รับดอกเบี้ย ดอกเบี้ยดังกล่าวก็จะถือเป็นเงินได้ของบิดาหรือมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเช่นกัน
-
เงินค่าตอบแทนจากการทำงาน: แม้เด็กอาจได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากการทำงานบางประเภท (เช่น งานแสดง งานพิเศษบางอย่างที่ได้รับอนุญาต) แต่ตามหลักการแล้ว เงินได้ดังกล่าวก็มักจะถูกถือเป็นเงินได้ของผู้ปกครอง เนื่องจากเด็กยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเงินและภาษีอย่างเต็มที่
เงินได้ที่ถือว่าเด็กไม่มีเงินได้ (หรือต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป):
-
เงินโอนจากบัญชีเงินฝากของผู้ปกครอง: กรณีนี้มิใช่เงินได้ของเด็ก แต่เป็นการโอนเงินจากผู้ปกครองสู่บุตร ไม่นับเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี
-
เงินบริจาคหรือของขวัญ: เงินที่ได้รับจากการบริจาคหรือของขวัญส่วนใหญ่จะไม่ถือเป็นเงินได้ แต่ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์และเงื่อนไขของผู้ให้
-
เงินออมทรัพย์: เงินที่สะสมอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ของเด็ก ไม่นับเป็นเงินได้จนกว่าจะมีการถอนออกมาใช้ และแม้จะถอนออกมา ก็จะยังคงต้องพิจารณาว่าเป็นเงินได้ของผู้ปกครองหรือไม่
สรุป:
การกำหนดว่าเงินได้ใดเป็นของบิดาหรือมารดา นั้นขึ้นอยู่กับหลักการว่าเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ และผู้ปกครองมีหน้าที่ดูแลจัดการทรัพย์สินของบุตร จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจกฎหมายและหลักเกณฑ์ต่างๆ อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้สามารถจัดการเรื่องภาษีและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง และหากมีความไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ควรศึกษาและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออื่นๆ และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหากต้องการความชัดเจนเพิ่มเติม
#บิดามารดา#ภาษี#เงินได้บุตรข้อเสนอแนะสำหรับคำตอบ:
ขอบคุณที่ให้ข้อเสนอแนะ! ข้อเสนอแนะของคุณมีความสำคัญต่อการปรับปรุงคำตอบในอนาคต