อาการของมดลูกแตกมีอะไรบ้าง

8 การดู

ภาวะมดลูกแตกเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ อาการอาจรวมถึงปวดท้องรุนแรงอย่างฉับพลัน คลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตตก ชีพจรเต้นเร็ว รู้สึกวิงเวียนศีรษะ และอาจมีเลือดออกทางช่องคลอด หากพบอาการเหล่านี้ควรขอความช่วยเหลือจากแพทย์โดยทันที

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

มดลูกแตก: ภัยเงียบที่คุกคามชีวิต รู้จักอาการเพื่อป้องกันอันตราย

ภาวะมดลูกแตกเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ร้ายแรง อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยมักเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ แม้ว่าจะเกิดได้น้อย แต่ความรุนแรงของอาการและความเสี่ยงต่อชีวิตผู้ป่วยทำให้การรู้จักอาการเบื้องต้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

แตกต่างจากอาการปวดท้องทั่วไป อาการของมดลูกแตกนั้นรุนแรงและฉับพลัน ไม่ใช่ปวดแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ดังนั้นการสังเกตอาการอย่างละเอียดจึงสำคัญมาก อาการสำคัญๆ ที่บ่งบอกถึงภาวะมดลูกแตก ได้แก่:

อาการหลักที่บ่งชี้ถึงภาวะฉุกเฉิน:

  • ปวดท้องอย่างรุนแรงและฉับพลัน: นี่เป็นอาการเด่นชัดที่สุด ปวดแบบเฉียบพลัน รุนแรงมาก และมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แตกต่างจากอาการปวดท้องในระหว่างตั้งครรภ์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ความเจ็บปวดอาจกระจายไปทั่วช่องท้องหรือเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง และความรุนแรงของอาการอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • ความดันโลหิตตก (Hypotension): เนื่องจากการเสียเลือดภายในช่องท้อง ผู้ป่วยอาจมีอาการหน้ามืด วิงเวียน เป็นลม หรือหมดสติได้

  • ชีพจรเต้นเร็ว (Tachycardia): ร่างกายพยายามชดเชยการเสียเลือดโดยการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ

  • เลือดออกทางช่องคลอด: อาจมีเลือดออกมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการแตก บางรายอาจไม่มีเลือดออกเลย

อาการอื่นๆ ที่ควรสังเกต:

  • คลื่นไส้และอาเจียน: เป็นอาการที่พบบ่อย เกิดจากความเจ็บปวดและการช็อก

  • รู้สึกวิงเวียนศีรษะหรือหมดสติ: เนื่องจากการสูญเสียเลือดและความดันโลหิตตก

  • เหงื่อออกมากผิดปกติ: ร่างกายพยายามระบายความร้อน เนื่องจากภาวะช็อก

  • หายใจเร็วและตื้น: ร่างกายพยายามรับออกซิเจนให้เพียงพอ

สิ่งสำคัญ: อาการเหล่านี้อาจปรากฏร่วมกันหรือแยกกัน และความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและฉับพลันในระหว่างตั้งครรภ์ โปรดรีบไปพบแพทย์หรือติดต่อบริการฉุกเฉินทันที อย่ารอให้สถานการณ์แย่ลง การรักษาที่รวดเร็วมีความสำคัญต่อการช่วยชีวิต

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง