Rh Negative ในหญิงตั้งครรภ์คืออะไร

20 การดู

หากคุณแม่มีหมู่เลือด Rh ลบและลูกในครรภ์มี Rh บวก ร่างกายคุณแม่อาจสร้างแอนติบอดีต่อหมู่เลือด Rh บวกของลูกได้ ภาวะนี้เรียกว่า Rh incompatibility ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อลูกในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

Rh ลบในหญิงตั้งครรภ์: ภัยเงียบที่ต้องใส่ใจ เพื่อสุขภาพแม่และลูกน้อย

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่สวยงามและน่าตื่นเต้น แต่ก็มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงที่ต้องใส่ใจ หนึ่งในเรื่องสำคัญที่หญิงตั้งครรภ์ต้องทำความเข้าใจคือเรื่องของหมู่เลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีหมู่เลือด Rh ลบ (Rh Negative) ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้หากลูกน้อยในครรภ์มีหมู่เลือด Rh บวก (Rh Positive)

ทำไม Rh ลบจึงสำคัญในหญิงตั้งครรภ์?

Rh คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบอยู่บนพื้นผิวของเม็ดเลือดแดง หากมีโปรตีนนี้อยู่บนเม็ดเลือดแดง เราจะเรียกว่า Rh บวก แต่หากไม่มี เราจะเรียกว่า Rh ลบ ภาวะ Rh incompatibility หรือภาวะไม่เข้ากันของหมู่เลือด Rh เกิดขึ้นเมื่อคุณแม่มีหมู่เลือด Rh ลบ แต่ลูกน้อยในครรภ์มีหมู่เลือด Rh บวก ซึ่งถ่ายทอดมาจากคุณพ่อ

ในระหว่างการตั้งครรภ์ หรือระหว่างการคลอด บุตร เม็ดเลือดแดงของลูกน้อยอาจปะปนเข้าไปในกระแสเลือดของคุณแม่ (แม้จะเป็นปริมาณน้อยก็ตาม) ร่างกายของคุณแม่ซึ่งมีหมู่เลือด Rh ลบ จะมองว่าเม็ดเลือดแดง Rh บวกของลูกน้อยเป็นสิ่งแปลกปลอม และสร้างแอนติบอดี (Antibodies) เพื่อต่อต้าน

ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์

การสร้างแอนติบอดีต่อ Rh บวกของลูกน้อยจะไม่ส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ครั้งแรกโดยทั่วไป เพราะร่างกายของคุณแม่ยังไม่ได้สร้างแอนติบอดีในปริมาณมากพอที่จะเป็นอันตราย

แต่หากคุณแม่ตั้งครรภ์ครั้งต่อไป และลูกน้อยมีหมู่เลือด Rh บวกอีกครั้ง แอนติบอดีที่ถูกสร้างขึ้นในการตั้งครรภ์ครั้งแรก จะสามารถข้ามรกไปทำลายเม็ดเลือดแดงของลูกน้อยได้ ส่งผลให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic disease) ในทารก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น:

  • ภาวะซีดรุนแรง (Severe Anemia): เนื่องจากเม็ดเลือดแดงถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง
  • อาการบวมน้ำ (Hydrops Fetalis): ภาวะบวมน้ำทั่วร่างกายของทารก
  • ความเสียหายของสมอง (Brain Damage): จากภาวะเหลือง (Jaundice) รุนแรง
  • การเสียชีวิตของทารกในครรภ์ (Stillbirth): ในกรณีที่รุนแรงที่สุด

การป้องกันและรักษา

โชคดีที่ภาวะ Rh incompatibility สามารถป้องกันและรักษาได้ด้วยการฉีด Rh immunoglobulin (RhIg) หรือที่รู้จักกันในชื่อการฉีด RhoGAM ซึ่งเป็นแอนติบอดีสำเร็จรูปที่ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายของคุณแม่สร้างแอนติบอดีของตัวเองต่อ Rh บวก

โดยทั่วไปแล้ว การฉีด RhIg จะถูกพิจารณาในกรณีต่อไปนี้:

  • การตรวจคัดกรอง: เมื่อทราบว่าคุณแม่มีหมู่เลือด Rh ลบ และลูกน้อยอาจมีหมู่เลือด Rh บวก
  • ช่วงสัปดาห์ที่ 28 ของการตั้งครรภ์: เป็นการป้องกันเชิงรุก แม้จะยังไม่ทราบหมู่เลือดของลูกน้อย
  • หลังจากการคลอดบุตร: หากลูกน้อยมีหมู่เลือด Rh บวก
  • ในกรณีอื่นๆ: เช่น การแท้งบุตร การตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือการตรวจน้ำคร่ำ

สิ่งที่ควรทำหากคุณมีหมู่เลือด Rh ลบ

หากคุณทราบว่าคุณมีหมู่เลือด Rh ลบ สิ่งสำคัญคือ:

  • แจ้งแพทย์: แจ้งแพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์ของคุณทันที
  • ตรวจหมู่เลือดของสามี: เพื่อประเมินความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะมีหมู่เลือด Rh บวก
  • ติดตามการนัดหมาย: เข้ารับการตรวจและฉีด RhIg ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ปรึกษาแพทย์: หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใดๆ เกี่ยวกับภาวะ Rh incompatibility

บทสรุป

ภาวะ Rh incompatibility อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ แต่ด้วยความรู้ ความเข้าใจ และการดูแลที่ถูกต้อง ภาวะแทรกซ้อนนี้สามารถป้องกันและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปรึกษาแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้คุณแม่ที่มีหมู่เลือด Rh ลบสามารถมีลูกน้อยที่แข็งแรงและมีสุขภาพดีได้

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคล