ฉันสามารถลากิจฉุกเฉินได้ไหม

14 การดู

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินร้ายแรงที่จำเป็นต้องลา เช่น ญาติเสียชีวิตกะทันหัน หรือต้องนำคนในครอบครัวส่งโรงพยาบาลด่วน หากนายจ้างไม่อนุมัติ ถือเป็นเหตุผลอันสมควรตามกฎหมายแรงงาน บริษัทไม่สามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้ หากบังคับให้ลาออกต้องชดเชยตามกฎหมาย

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ลากิจฉุกเฉิน: สิทธิที่พึงมีของลูกจ้างเมื่อเผชิญวิกฤต

ชีวิตมักเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บางครั้งเรื่องราวฉุกเฉินก็โผล่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน รวมถึงการทำงาน หลายคนอาจกังวลว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินร้ายแรงจนต้องลางานกะทันหัน แล้วนายจ้างไม่อนุมัติ จะทำอย่างไร? สิทธิของลูกจ้างในสถานการณ์เช่นนี้คืออะไร? บทความนี้จะไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการลากิจฉุกเฉิน และสิทธิที่พึงได้รับตามกฎหมายแรงงาน

แม้กฎหมายแรงงานจะไม่ได้ระบุ “ลากิจฉุกเฉิน” ไว้โดยตรง แต่ในทางปฏิบัติ เหตุฉุกเฉินร้ายแรงที่ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถมาทำงานได้ ถือเป็นเหตุผลที่สมควร ตัวอย่างเช่น การเสียชีวิตของญาติสนิท, อุบัติเหตุร้ายแรงของคนในครอบครัวที่ต้องดูแลอย่างเร่งด่วน, ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวลูกจ้างหรือครอบครัว, หรือเหตุจำเป็นอื่นๆ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สิ่งสำคัญคือ ลูกจ้างต้องแจ้งให้นายจ้างทราบทันทีที่สามารถทำได้ ถึงเหตุผลและระยะเวลาที่ต้องลา อาจเป็นทางโทรศัพท์, ข้อความ, หรือช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกและรวดเร็ว พร้อมทั้งแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องเมื่อกลับมาทำงาน เช่น ใบมรณบัตร, ใบรับรองแพทย์, หรือเอกสารอื่นๆ ที่ยืนยันเหตุฉุกเฉิน

หากนายจ้างปฏิเสธการลาในกรณีฉุกเฉินร้ายแรงเช่นนี้ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม และอาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน บริษัทไม่สามารถเลิกจ้างลูกจ้างด้วยเหตุผลดังกล่าวได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากนายจ้างบังคับให้ลูกจ้างลาออกโดยอ้างเหตุผลจากการลากิจฉุกเฉิน ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงค่าชดเชยการเลิกจ้าง, ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (หากไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด), และค่าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าเหตุการณ์ใดเข้าข่าย “ฉุกเฉินร้ายแรง” ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบ หากเกิดข้อพิพาท ลูกจ้างสามารถร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อขอความเป็นธรรมได้

การเข้าใจสิทธิของตนเองในฐานะลูกจ้างเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่าลังเลที่จะติดต่อนายจ้างและแจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุด และหากไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่าลืมว่าคุณมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน