ลูกจ้างประเภทไหนไม่ต้องเข้าประกันสังคม

10 การดู

จริงๆ แล้วเรื่องประกันสังคมนี่มันยุ่งยากนะคะ ไม่ใช่แค่ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้นหรอกที่ไม่ต้องเข้า บางกลุ่มอาชีพอย่างเกษตรกรหรือผู้ประกอบการอิสระบางประเภทก็อาจจะไม่เข้าเงื่อนไขด้วยซ้ำ กฎหมายมันละเอียดอ่อนมาก ถ้าไม่แน่ใจ ควรปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงดีกว่าค่ะ เพราะความเข้าใจผิดนิดเดียวอาจเสียโอกาสไปเลย

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ใครบ้างนะ ที่ไม่ต้องง้อประกันสังคม? เรื่องใกล้ตัวที่คนทำงานต้องรู้!

สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง “ประกันสังคม” ที่หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือบางทีก็ยุ่งยากจนไม่อยากเข้าไปยุ่งเลย (ยอมรับเลยว่าเราก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น!) แต่จริงๆ แล้ว ประกันสังคมเป็นสิทธิและสวัสดิการที่สำคัญมากๆ สำหรับพวกเราทุกคนนะคะ โดยเฉพาะคนที่ทำงานหาเลี้ยงชีพเนี่ย ยิ่งต้องทำความเข้าใจให้ดีเลยค่ะ

จากที่เราเกริ่นไปว่า “ไม่ใช่แค่ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้นที่ไม่ต้องเข้าประกันสังคม” นั่นก็เป็นเรื่องจริงค่ะ! เพราะกฎหมายประกันสังคมนั้นครอบคลุมลูกจ้างหลายประเภท แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางกลุ่มอาชีพด้วยเช่นกัน วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันค่ะว่า “ลูกจ้างประเภทไหนบ้างที่ไม่ต้องเข้าประกันสังคม” และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ก่อนอื่นเลย ต้องเข้าใจก่อนว่า “ประกันสังคม” คืออะไร?

ประกันสังคม (สปส.) คือ ระบบสวัสดิการสังคมภาคบังคับ ที่รัฐจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลลูกจ้างในกรณีที่เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ หรือว่างงาน โดยจะมีการหักเงินสมทบจากลูกจ้างและนายจ้างในอัตราส่วนที่กำหนด แล้วนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายเป็นสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับผู้ประกันตน

แล้วใครบ้างล่ะ ที่ไม่ต้องเข้าประกันสังคม?

ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ระบุว่า นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องนำลูกจ้างเข้าระบบประกันสังคม เว้นแต่ลูกจ้างที่เข้าข่ายข้อยกเว้นดังต่อไปนี้:

  1. ข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ: กลุ่มนี้จะได้รับสิทธิสวัสดิการจากระบบราชการอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเข้าประกันสังคมค่ะ
  2. ลูกจ้างขององค์การระหว่างประเทศ หรือรัฐบาลต่างประเทศ: เช่น พนักงานสถานทูต หรือองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ที่ได้รับการยกเว้นตามข้อตกลงระหว่างประเทศ
  3. ลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว: ในกรณีนี้อาจจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือเงื่อนไขการจ้างงานที่ระบุไว้
  4. ลูกจ้างซึ่งเป็นนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาที่ทำงานในสถานศึกษา: โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นไปตามโครงการที่สถานศึกษาจัดขึ้น หรือเป็นงาน part-time เพื่อหารายได้ระหว่างเรียน (แต่ถ้าทำงานเต็มเวลาหลังเรียนจบ ก็ต้องเข้าประกันสังคมตามปกติค่ะ)
  5. ลูกจ้างซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมิได้ประกอบธุรกิจเป็นทางการ: เช่น แม่บ้าน คนสวน หรือคนขับรถส่วนตัว ที่ไม่ได้ทำงานให้กับบริษัทหรือองค์กรใดๆ
  6. ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้รับบำนาญหรือเบี้ยหวัด: เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์จากระบบบำนาญอยู่แล้ว
  7. ลูกจ้างที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์: เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ก็จะไม่ต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมอีกต่อไป
  8. ลูกจ้างที่ทำงานในกิจการเกษตรกรรม: ถ้าจ้างเพื่อทำการเกษตรโดยตรง เช่น ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ก็จะไม่ต้องเข้าประกันสังคม (อันนี้อาจจะซับซ้อนหน่อย ต้องดูรายละเอียดว่าเป็นการจ้างเพื่ออะไรและลักษณะงานเป็นแบบไหน)
  9. กิจการของนายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันไม่เกิน 1 คน: ถ้านายจ้างมีลูกจ้างแค่คนเดียว ก็ยังไม่ต้องเข้าระบบประกันสังคมค่ะ (แต่ถ้ามีลูกจ้างเพิ่มขึ้นเมื่อไหร่ ก็ต้องรีบดำเนินการให้ถูกต้องนะคะ)

ทำไมถึงมีข้อยกเว้นเหล่านี้?

เหตุผลหลักๆ ก็คือ กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับสิทธิสวัสดิการอื่นๆ ที่ครอบคลุมอยู่แล้ว หรือมีลักษณะการจ้างงานที่ไม่เข้าข่ายการเป็น “ลูกจ้าง” ตามนิยามของกฎหมายประกันสังคมค่ะ

ข้อควรระวัง และคำแนะนำจากใจ

  • อย่าคิดว่า “ไม่เข้าประกันสังคม” คือ “ไม่เสียเงิน” อย่างเดียวนะคะ! เพราะจริงๆ แล้ว ประกันสังคมคือสิทธิประโยชน์ที่คุ้มครองเราในหลายๆ ด้าน ทั้งสุขภาพ การรักษาพยาบาล การคลอดบุตร ทุพพลภาพ หรือแม้แต่การว่างงาน ลองคิดดูว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา จะมีอะไรเป็นหลักประกันให้กับชีวิตเราบ้าง?
  • ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ว่าตัวเองเข้าข่ายต้องเข้าประกันสังคมหรือไม่ ให้ปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงค่ะ! ติดต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1506 เพื่อสอบถามข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุด เพราะแต่ละกรณีอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป
  • สำหรับผู้ประกอบการ: การทำความเข้าใจกฎหมายประกันสังคมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงในการถูกปรับ หรือถูกดำเนินคดีได้
  • สำหรับลูกจ้าง: รู้จักสิทธิของตัวเอง! ถามนายจ้างให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องประกันสังคม ถ้าสงสัยอะไร ให้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าปล่อยให้เสียสิทธิโดยไม่รู้ตัวนะคะ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจเรื่องประกันสังคมมากขึ้นนะคะ! อย่ามองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก หรือเรื่องไกลตัว เพราะจริงๆ แล้ว มันคือสิทธิและสวัสดิการที่สำคัญสำหรับชีวิตเราทุกคนค่ะ 😊