ผลผลิตของชะอมต่อไร่เป็นเท่าไหร่

17 การดู

ชะอมพันธุ์ใหม่ ฉัตรทอง ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 250 กิโลกรัมต่อไร่ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระยะปลูก 50x50 เซนติเมตร ให้ผลผลิตเร็วภายใน 3 เดือนหลังปลูก ทนทานต่อโรคและแมลง เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มผลกำไร สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ชะอมพันธุ์ใหม่ “ฉัตรทอง”: พลิกโฉมการปลูกชะอม สู่กำไรสูงลิบ

ชะอม พืชผักพื้นบ้านที่คุ้นเคยของคนไทย ไม่เพียงเป็นเครื่องปรุงรสชาติเยี่ยมในอาหารหลากหลายชนิด แต่ยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อโรค และปลูกง่าย หนึ่งในนั้นคือ “ชะอมพันธุ์ฉัตรทอง” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่เกษตรกร

ความโดดเด่นของชะอมพันธุ์ฉัตรทอง อยู่ที่ผลผลิตที่สูงกว่าพันธุ์เดิมอย่างเห็นได้ชัด เฉลี่ยแล้วให้ผลผลิตสูงถึง 250 กิโลกรัมต่อไร่ นี่คือตัวเลขที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพันธุ์ชะอมทั่วไปที่ให้ผลผลิตต่ำกว่า ทำให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

นอกจากผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ชะอมพันธุ์ฉัตรทองยังมีความแข็งแรง ทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชได้ดีกว่าพันธุ์เดิม ลดต้นทุนการดูแลรักษาและป้องกันโรค ส่งผลให้การปลูกชะอมเป็นธุรกิจที่คุ้มค่าและยั่งยืนมากขึ้น

การปลูกชะอมพันธุ์ฉัตรทอง เหมาะกับดินร่วนปนทราย ซึ่งเป็นลักษณะดินที่พบได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ระยะปลูกที่แนะนำคือ 50×50 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นชะอมเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญ ให้ผลผลิตเร็วภายใน 3 เดือนหลังปลูก เกษตรกรจึงสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวและสร้างรายได้ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับเกษตรกรที่มองหาพืชเศรษฐกิจที่มีความต้องการตลาดสูง ปลูกง่าย ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก และให้ผลตอบแทนดี ชะอมพันธุ์ฉัตรทองจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และนำไปสู่การพัฒนาอาชีพการเกษตรให้มีความยั่งยืนต่อไป การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการปลูกและการดูแล จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างผลกำไรได้อย่างสูงสุด

หมายเหตุ: ผลผลิต 250 กิโลกรัมต่อไร่อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพอากาศ การดูแลรักษา และคุณภาพของดิน ข้อมูลนี้เป็นค่าเฉลี่ยที่ได้จากการทดลองและการเก็บข้อมูลจากเกษตรกรที่ปลูกชะอมพันธุ์ฉัตรทอง จึงควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจปลูก และควรปรึกษาเจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ด้วย