คำนวณคะแนนA-levelยังไง

41 การดู

วิธีคำนวณสัดส่วนคะแนน A-level:

สูตร: (คะแนนที่ได้ / คะแนนเต็ม) x น้ำหนัก

ตัวอย่าง: หากนักเรียนได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ A-level 60 จาก 100 คะแนน และคณะที่สมัครกำหนดน้ำหนักวิชานี้ที่ 25% คะแนนสัดส่วนที่คำนวณได้คือ (60/100) x 25 = 15 คะแนน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ถอดรหัสคะแนน A-Level: ไขความลับการคำนวณคะแนนสำหรับการสมัครเรียนต่อ

การสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ มักใช้เกณฑ์การพิจารณาจากคะแนน A-Level เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ แต่การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณคะแนน A-Level อย่างถ่องแท้กลับเป็นเรื่องที่หลายคนยังคลุมเครือ บทความนี้จะอธิบายวิธีการคำนวณคะแนน A-Level พร้อมยกตัวอย่างประกอบ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าใจกระบวนการได้อย่างชัดเจนและง่ายดายยิ่งขึ้น

ความแตกต่างระหว่างคะแนนดิบและคะแนนถ่วงน้ำหนัก:

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ คะแนน A-Level ที่ปรากฏบนใบประกาศนียบัตรนั้นเป็นเพียง “คะแนนดิบ” (Raw Score) ซึ่งแสดงถึงคะแนนที่นักเรียนทำได้จริงในแต่ละวิชา แต่หลายสถาบันการศึกษาจะไม่ใช้คะแนนดิบในการพิจารณาสมัคร แต่จะใช้ “คะแนนถ่วงน้ำหนัก” (Weighted Score) แทน ซึ่งเป็นคะแนนที่คำนึงถึงน้ำหนักของแต่ละวิชาที่กำหนดโดยคณะหรือสาขาที่นักเรียนสมัคร

วิธีการคำนวณคะแนนถ่วงน้ำหนัก:

การคำนวณคะแนนถ่วงน้ำหนัก A-Level มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:

  1. หาสัดส่วนคะแนน: คำนวณสัดส่วนคะแนนที่นักเรียนได้ในแต่ละวิชา โดยใช้สูตร:

    (คะแนนที่ได้ / คะแนนเต็ม) x 100%

    ตัวอย่าง: ถ้าคะแนนเต็มวิชาเคมีคือ 150 คะแนน และนักเรียนได้ 120 คะแนน สัดส่วนคะแนนคือ (120/150) x 100% = 80%

  2. คูณด้วยน้ำหนักวิชา: คูณสัดส่วนคะแนนที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ด้วยน้ำหนัก (เปอร์เซ็นต์) ที่คณะหรือสาขาที่นักเรียนสมัครกำหนดให้กับวิชานั้นๆ

    ตัวอย่างต่อเนื่อง: สมมติว่าคณะวิทยาศาสตร์กำหนดน้ำหนักวิชาเคมีที่ 30% คะแนนถ่วงน้ำหนักของวิชาเคมีคือ 80% x 30% = 24%

  3. รวมคะแนนถ่วงน้ำหนักของทุกวิชา: นำคะแนนถ่วงน้ำหนักของทุกวิชาที่คำนวณได้มารวมกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือคะแนน A-Level รวมถ่วงน้ำหนัก ซึ่งสถาบันการศึกษาจะใช้ในการพิจารณาการรับสมัคร

    ตัวอย่าง: ถ้ามีวิชาเพิ่มเติม เช่น ฟิสิกส์ (น้ำหนัก 40%, ได้ 70% จากคะแนนเต็ม) และคณิตศาสตร์ (น้ำหนัก 30%, ได้ 90% จากคะแนนเต็ม) คะแนนถ่วงน้ำหนักรวมคือ 24% + (70% x 40%) + (90% x 30%) = 24% + 28% + 27% = 79%

ข้อควรระวัง:

  • น้ำหนักของแต่ละวิชาจะแตกต่างกันไปตามคณะและสาขาที่สมัคร ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัคร
  • บางมหาวิทยาลัยอาจมีเกณฑ์การคำนวณคะแนนที่ซับซ้อนกว่านี้ ควรศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนการสมัคร

การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณคะแนน A-Level อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้สมัครวางแผนการเรียนและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสในการเข้าเรียนในสาขาที่ต้องการได้มากขึ้น