เกณฑ์การวัดระดับ TOEIC มีอะไรบ้าง

4 การดู

ข้อมูลแนะนำใหม่:

TOEIC ประเมินทักษะภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ โดยแบ่งระดับความสามารถตั้งแต่ Basic Proficiency (10-250 คะแนน) ไปจนถึง International Professional Proficiency (905-990 คะแนน) แต่ละช่วงคะแนนสะท้อนความสามารถในการใช้งานภาษาอังกฤษในสถานการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้สอบทราบจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาของตนเองได้

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ย้อนรอยเกณฑ์การวัดระดับ TOEIC: มากกว่าแค่คะแนน แต่คือภาพสะท้อนความสามารถทางภาษา

การสอบ TOEIC (Test of English for International Communication) เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลกในฐานะมาตรฐานการวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ แต่คะแนนดิบที่ได้นั้นไม่ได้บอกเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น มันสะท้อนถึงระดับความเชี่ยวชาญและความสามารถในการนำภาษาอังกฤษไปใช้ในโลกธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม บทความนี้จะเจาะลึกถึงเกณฑ์การวัดระดับ TOEIC ที่มากกว่าแค่ช่วงคะแนน โดยเน้นให้เห็นภาพความสามารถที่สอดคล้องกับแต่ละระดับ

TOEIC ไม่ได้วัดเพียงแค่ความรู้ทางไวยากรณ์หรือคำศัพท์ แต่จะประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมทั้งทักษะการฟัง (Listening) และการอ่าน (Reading) การแบ่งระดับความสามารถจึงไม่ได้อิงเพียงแค่จำนวนคะแนนที่ได้ แต่ยังพิจารณาถึงความสามารถที่ผู้สอบแสดงออกในแต่ละส่วนของการสอบ ทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าผู้สอบมีความสามารถในด้านใดบ้างและควรพัฒนาในด้านใด

ตามปกติแล้ว คะแนน TOEIC จะอยู่ในช่วง 10-990 คะแนน โดยแบ่งระดับความสามารถออกได้ดังนี้ (ระดับคะแนนอาจมีความแตกต่างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับเวอร์ชั่นการสอบ):

  • Basic Proficiency (10-250 คะแนน): ผู้สอบในระดับนี้มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษพื้นฐาน สามารถเข้าใจคำศัพท์และโครงสร้างประโยคง่ายๆ แต่ยังมีข้อจำกัดในการสื่อสารในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษหรือผู้ที่ต้องการพื้นฐานสำหรับการทำงาน การพัฒนาในด้านการฟังและการอ่านเป็นสิ่งสำคัญ

  • Low-Intermediate Proficiency (260-450 คะแนน): เริ่มมีความสามารถในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน สามารถเข้าใจข้อมูลพื้นฐาน แต่ยังคงประสบปัญหาในการรับมือกับข้อมูลที่ซับซ้อนหรือภาษาที่เป็นทางการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารให้ดีขึ้นเพื่อการทำงาน ควรเน้นการฝึกฝนการฟังและการอ่านอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการฝึกพูดและเขียนเพิ่มเติม

  • Intermediate Proficiency (460-650 คะแนน): สามารถสื่อสารในสถานการณ์การทำงานระดับกลางได้ เข้าใจข้อมูลที่ซับซ้อนมากขึ้น สามารถรับมือกับเอกสารทางธุรกิจง่ายๆ แต่ยังอาจมีข้อจำกัดในด้านความคล่องแคล่วและความถูกต้อง การพัฒนาในด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ที่เฉพาะทางธุรกิจจะช่วยยกระดับความสามารถให้สูงขึ้น

  • High-Intermediate Proficiency (660-800 คะแนน): มีความสามารถในการสื่อสารในสถานการณ์การทำงานระดับสูง สามารถเข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษในเอกสารทางธุรกิจที่ซับซ้อน มีความคล่องแคล่วและความถูกต้องมากขึ้น สามารถรับมือกับการประชุมและการเจรจาในระดับหนึ่ง การฝึกฝนการพูดและการเขียนอย่างต่อเนื่องจะเป็นประโยชน์

  • Advanced Proficiency (810-990 คะแนน): มีความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษในโลกธุรกิจ สามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง สามารถเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีตำแหน่งงานระดับสูงหรือผู้ที่ทำงานในบริษัทข้ามชาติ

สรุปได้ว่า คะแนน TOEIC ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยประเมินและสะท้อนความสามารถทางภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ การเข้าใจเกณฑ์การวัดและระดับความสามารถที่สอดคล้องกับคะแนน จะช่วยให้ผู้สอบสามารถวางแผนการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายทางอาชีพที่ต้องการ

บทความนี้มุ่งเน้นให้เห็นภาพรวมของเกณฑ์การวัดระดับ TOEIC อย่างคร่าวๆ รายละเอียดของเกณฑ์การให้คะแนนอาจมีความแตกต่างเล็กน้อยตามแต่ละเวอร์ชั่นของการสอบ ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการของ TOEIC เพื่อความถูกต้องแม่นยำ