TCAS รอบไหนมีโอกาสติดง่ายที่สุด

14 การดู
ไม่มีรอบใดของ TCAS ที่การันตีว่าติดง่ายที่สุด โอกาสขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คะแนนสอบ จำนวนผู้สมัคร และคณะ/สาขาที่เลือก รอบ Portfolio อาจดูมีโอกาสสูงหากผลงานโดดเด่น แต่ก็แข่งขันสูงเช่นกัน รอบแอดมิชชั่นก็ขึ้นอยู่กับคะแนน แนะนำให้ศึกษาเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละรอบและแต่ละมหาวิทยาลัยอย่างละเอียด
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

TCAS รอบไหน…โอกาสคว้าฝัน (ติด) ง่ายที่สุด? ความจริงที่ต้องรู้!

คำถามยอดฮิตของน้องๆ ม.ปลาย ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่สนาม TCAS คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า TCAS รอบไหนมีโอกาสติดง่ายที่สุด? ซึ่งเป็นคำถามที่เข้าใจได้ เพราะทุกคนต่างก็อยากจะวางแผนการสมัครให้ดีที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในคณะและมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน

แต่ความจริงที่อาจจะขัดใจใครหลายคนก็คือ ไม่มีรอบใดใน TCAS ที่สามารถการันตีได้ 100% ว่าจะ ติดง่ายที่สุด เพราะโอกาสในการสอบติดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสในการสอบติด:

  • คะแนนสอบ: ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบส่วนกลาง (เช่น TGAT/TPAT, A-Level) หรือคะแนนสอบเฉพาะของแต่ละมหาวิทยาลัย ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบ Admission ที่ใช้คะแนนเป็นเกณฑ์หลัก
  • จำนวนผู้สมัคร: ยิ่งมีผู้สมัครในคณะหรือสาขานั้นๆ มากเท่าไหร่ การแข่งขันก็จะยิ่งสูงขึ้น โอกาสในการสอบติดก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นการเลือกคณะหรือสาขาที่ได้รับความนิยมน้อยกว่า อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มโอกาส
  • เกณฑ์การรับสมัคร: แต่ละมหาวิทยาลัยและแต่ละคณะ/สาขา จะมีเกณฑ์การรับสมัครที่แตกต่างกัน เช่น สัดส่วนของคะแนนที่ใช้ในการพิจารณา คุณสมบัติของผู้สมัคร หรือการพิจารณา Portfolio ดังนั้นการศึกษาเกณฑ์การรับสมัครอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ความสามารถและศักยภาพของผู้สมัคร: โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบ Portfolio ที่เน้นการพิจารณาผลงานและความสามารถของผู้สมัคร การมี Portfolio ที่โดดเด่นและตรงตามความต้องการของคณะ/สาขา ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับคัดเลือก

เจาะลึกแต่ละรอบ TCAS: ไม่มีสูตรสำเร็จ!

  • รอบ Portfolio: รอบนี้อาจดูเหมือนมีโอกาสสูงสำหรับน้องๆ ที่มีผลงานโดดเด่น เพราะเป็นการแสดงความสามารถและศักยภาพที่นอกเหนือจากคะแนนสอบ แต่ในความเป็นจริง การแข่งขันในรอบ Portfolio ก็สูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคณะ/สาขาที่เป็นที่นิยม นอกจากผลงานที่โดดเด่นแล้ว การนำเสนอ Portfolio ที่น่าสนใจและตรงประเด็น ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
  • รอบ Quota: รอบนี้มักจะเปิดโอกาสให้กับนักเรียนในพื้นที่ หรือนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งอาจดูเหมือนมีโอกาสสูงสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่จำนวนที่นั่งในรอบ Quota ก็มีจำนวนจำกัด ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมและทำคะแนนให้ดีที่สุด ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ
  • รอบ Admission: รอบนี้เป็นการแข่งขันที่ใช้คะแนนเป็นเกณฑ์หลัก ดังนั้นการทำคะแนนให้สูงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การวางแผนการอ่านหนังสือและเตรียมตัวสอบอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบติด
  • รอบ Direct Admission: รอบนี้เป็นรอบเก็บตกสำหรับน้องๆ ที่ยังไม่มีที่เรียน การแข่งขันอาจจะไม่สูงเท่ารอบอื่นๆ แต่ก็ต้องติดตามข่าวสารการรับสมัครอย่างใกล้ชิด และเตรียมเอกสารให้พร้อม

เคล็ดลับสำคัญ: ศึกษาข้อมูลให้ละเอียด วางแผนให้รอบคอบ

สิ่งสำคัญที่สุดในการวางแผนการสมัคร TCAS คือการศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละรอบและแต่ละมหาวิทยาลัย รวมถึงการประเมินศักยภาพของตนเองอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเลือกคณะ/สาขาที่เหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของตนเอง

นอกจากนี้ การวางแผนการเตรียมตัวสอบและการบริหารเวลา ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การแบ่งเวลาอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ การฝึกทำข้อสอบเก่า และการดูแลสุขภาพกายและใจให้พร้อม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จใน TCAS

สรุป:

ไม่มีรอบใดใน TCAS ที่การันตีว่า ติดง่ายที่สุด โอกาสในการสอบติดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด การวางแผนอย่างรอบคอบ และการเตรียมตัวให้พร้อม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าฝันเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ต้องการได้มากที่สุด ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดี!