1.5 ขวบ ควรพูดได้กี่คำ

10 การดู

เด็ก 1.5 ขวบ ควรเริ่มใช้ประโยคสั้นๆ เช่น แม่ไปไหน กินนม หรือแสดงความต้องการด้วยการชี้และพูดคำเดียวควบคู่กัน เริ่มเข้าใจคำสั่งสองขั้นตอนง่ายๆ เช่น ไปเก็บของเล่นแล้วนั่งลง การพูดแต่ละคนแตกต่างกัน หากมีข้อกังวลควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

พัฒนาการทางภาษาของลูกน้อยวัย 1 ขวบครึ่ง: มากกว่าแค่จำนวนคำ

การเฝ้าดูการเติบโตของลูกน้อยเป็นช่วงเวลาที่แสนวิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงด้านพัฒนาการทางภาษาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงขวบปีแรก หลังจากที่ลูกน้อยลืมตาดูโลกได้ไม่นาน พวกเขาเริ่มส่งเสียงอ้อแอ้ พยายามเลียนแบบเสียงที่เราพูด และเมื่ออายุ 1 ขวบครึ่ง หรือ 18 เดือน หลายคนเริ่มสงสัยว่าลูกควรจะพูดได้กี่คำ และพัฒนาการทางภาษาของลูกเป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่

จริงอยู่ที่จำนวนคำที่ลูกพูดได้เป็นตัวบ่งชี้หนึ่งถึงพัฒนาการทางภาษา แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือความเข้าใจและการสื่อสารโดยรวม การเน้นเพียงจำนวนคำอาจทำให้เราพลาดรายละเอียดที่สำคัญกว่าไปได้

เด็กวัย 1 ขวบครึ่งควรพูดได้กี่คำ?

โดยทั่วไป เด็กอายุ 1 ขวบครึ่ง ควรจะพูดคำเดี่ยวๆ ได้ประมาณ 10-20 คำ แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น เด็กบางคนอาจพูดได้มากกว่านี้ ในขณะที่บางคนอาจพูดได้น้อยกว่า ซึ่งไม่ได้หมายความว่าลูกของคุณมีปัญหาเสมอไป สิ่งที่สำคัญคือการสังเกตพัฒนาการโดยรวม

มากกว่าแค่จำนวนคำ: สัญญาณที่สำคัญกว่า

นอกเหนือจากจำนวนคำแล้ว เราควรสังเกตสัญญาณอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงพัฒนาการทางภาษาที่ดีของลูกน้อย ได้แก่:

  • ความเข้าใจภาษา: ลูกเข้าใจคำสั่งง่ายๆ ได้หรือไม่? เช่น “มานี่”, “กินข้าว”, “เอามาให้แม่”
  • การชี้และบอกความต้องการ: ลูกสามารถชี้สิ่งของที่ต้องการและบอกชื่อสิ่งของนั้นได้หรือไม่? แม้จะเป็นคำง่ายๆ เพียงคำเดียวก็ตาม
  • การเลียนแบบเสียง: ลูกพยายามเลียนแบบเสียงที่เราพูดหรือไม่? การเลียนเสียงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ภาษา
  • การใช้ท่าทาง: ลูกใช้ท่าทางในการสื่อสารหรือไม่? เช่น การโบกมือ, การชี้, การแสดงสีหน้า
  • การพยายามสร้างประโยค: แม้จะยังเป็นประโยคสั้นๆ ง่ายๆ เช่น “แม่ไป”, “กินนม”, “รถๆ” แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะเชื่อมคำ

การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของลูกน้อย

เราสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของลูกน้อยได้ง่ายๆ ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน:

  • พูดคุยกับลูกบ่อยๆ: อธิบายสิ่งที่เรากำลังทำ พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เราเห็นรอบตัว
  • อ่านนิทานให้ลูกฟัง: การอ่านนิทานช่วยเพิ่มพูนคำศัพท์และกระตุ้นจินตนาการ
  • ร้องเพลงและเล่นเกม: การร้องเพลงและเล่นเกมช่วยให้ลูกเรียนรู้ภาษาอย่างสนุกสนาน
  • ตอบสนองต่อความพยายามในการสื่อสารของลูก: แม้ลูกจะพูดไม่ชัดเจน เราก็ควรพยายามทำความเข้าใจและตอบสนองต่อลูก
  • สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้: ให้ลูกได้เล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และเลียนแบบภาษาจากเพื่อน

เมื่อไหร่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?

หากคุณกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการทางภาษาของลูกน้อย ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากลูก:

  • ไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ เมื่ออายุ 18 เดือน
  • ไม่พยายามพูดคำเดี่ยวๆ เมื่ออายุ 18 เดือน
  • ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก
  • ไม่แสดงความสนใจในเสียงหรือภาษา

สรุป

พัฒนาการทางภาษาเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์สำหรับเด็กแต่ละคน การเปรียบเทียบลูกของเรากับเด็กคนอื่นอาจทำให้เกิดความกังวลโดยไม่จำเป็น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเฝ้าสังเกตพัฒนาการโดยรวมของลูกน้อย สนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ภาษาอย่างมีความสุข และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีความกังวลใดๆ เพื่อให้ลูกน้อยของเราเติบโตขึ้นอย่างมีพัฒนาการที่สมวัยและเต็มศักยภาพ