ค่า eGFR คืออะไร และบอกเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะไตวายเรื้อรังในแต่ละระยะ

128 การดู
คำตอบ: eGFR ย่อมาจาก estimated Glomerular Filtration Rate ซึ่งเป็นค่าที่คำนวณเพื่อประมาณอัตราการกรองของไต เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะไตวายเรื้อรังแต่ละระยะ: ระยะ 1: eGFR ≥ 90 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ระยะ 2: eGFR 60-89 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ระยะ 3: eGFR 30-59 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ระยะ 4: eGFR 15-29 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ระยะ 5: eGFR < 15 มล./นาที/1.73 ตร.ม. หรือต้องฟอกไต
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ค่า eGFR: กุญแจสำคัญสู่การทำความเข้าใจสุขภาพไตของคุณ

ไต เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียและของเหลวส่วนเกินออกจากเลือด การทำงานของไตที่เสื่อมลงอย่างต่อเนื่องนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง ซึ่งเป็นโรคที่ค่อยๆ ทำลายความสามารถในการกรองของไต การตรวจวัดค่า eGFR จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินสุขภาพไตและติดตามความก้าวหน้าของโรค eGFR ย่อมาจาก Estimated Glomerular Filtration Rate หมายถึง อัตราการกรองของเลือดที่ผ่านหน่วยกรองของไต (glomeruli) ซึ่งเป็นการประมาณค่า เนื่องจากการวัดอัตราการกรองของไตอย่างแท้จริงนั้นทำได้ยากและซับซ้อน ค่า eGFR แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของไต ค่าที่สูงแสดงถึงการทำงานของไตที่ดี ในขณะที่ค่าที่ต่ำบ่งบอกถึงการทำงานของไตที่ลดลง

การคำนวณค่า eGFR นั้นใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ที่พิจารณาปัจจัยหลายอย่าง เช่น ระดับ creatinine ในเลือด อายุ เพศ และเชื้อชาติ ค่า creatinine เป็นสารที่เกิดจากการสลายของกล้ามเนื้อ โดยปกติแล้วไตจะกรอง creatinine ออกจากเลือด หากไตทำงานไม่ดี ระดับ creatinine ในเลือดจะสูงขึ้น แพทย์จะนำค่า creatinine ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ มาคำนวณหาค่า eGFR เพื่อประเมินสุขภาพไต ค่า eGFR มีหน่วยเป็นมิลลิลิตรต่อนาทีต่อพื้นที่ผิวตัว 1.73 ตารางเมตร (มล./นาที/1.73 ตร.ม.) ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบระหว่างบุคคล การตีความค่า eGFR ต้องพิจารณาควบคู่กับอาการและผลการตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจปัสสาวะ และประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วย

การแบ่งระยะของภาวะไตวายเรื้อรังตามค่า eGFR เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการรักษา การแบ่งระยะจะช่วยให้แพทย์เข้าใจถึงความรุนแรงของโรคและสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะไตวายเรื้อรังตามค่า eGFR มีดังนี้:

  • ระยะที่ 1 (G1): ไตทำงานปกติ eGFR ≥ 90 มล./นาที/1.73 ตร.ม. แม้ว่าค่า eGFR จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ก็อาจมีการตรวจพบความผิดปกติของไตจากการตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ จึงจำเป็นต้องติดตามตรวจสุขภาพไตอย่างต่อเนื่อง

  • ระยะที่ 2 (G2): ไตทำงานลดลงเล็กน้อย eGFR 60-89 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ในระยะนี้ไตยังสามารถทำงานได้ส่วนใหญ่ แต่เริ่มมีการลดลงของประสิทธิภาพ แพทย์อาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น ควบคุมอาหาร ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • ระยะที่ 3 (G3): ไตทำงานลดลงปานกลาง eGFR 30-59 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ในระยะนี้ การทำงานของไตเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง บวม และเหนื่อยล้า การรักษาอาจรวมถึงการใช้ยาควบคุมความดันโลหิต และการควบคุมปริมาณของเหลวและโพแทสเซียมในร่างกาย

  • ระยะที่ 4 (G4): ไตทำงานลดลงอย่างรุนแรง eGFR 15-29 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ในระยะนี้ ไตทำงานได้น้อยมาก ผู้ป่วยอาจมีอาการต่างๆ ที่รุนแรงมากขึ้น เช่น อาเจียน คลื่นไส้ และปวดกระดูก การรักษาอาจรวมถึงการใช้ยาเพื่อชะลอความเสียหายของไต และการเตรียมตัวสำหรับการฟอกไต

  • ระยะที่ 5 (G5): ไตวายระยะสุดท้าย eGFR < 15 มล./นาที/1.73 ตร.ม. หรือต้องทำการฟอกไต ในระยะนี้ ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาด้วยการฟอกไตหรือการปลูกถ่ายไตเพื่อรักษาชีวิต

การเข้าใจค่า eGFR และเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะไตวายเรื้อรังจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยชะลอความเสียหายของไตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับสุขภาพไต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป