ภาวะ PCOS วินิจฉัยได้อย่างไร

5 การดู

หากสงสัยภาวะ PCOS แพทย์จะซักประวัติประจำเดือนและตรวจร่างกายหาอาการของฮอร์โมนเพศชายสูง เช่น สิว ขนดก หรือลักษณะของภาวะดื้ออินซูลินอย่างรอยดำตามข้อพับ การตรวจเพิ่มเติมอาจพิจารณาตามดุลยพินิจแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคอื่น

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ภาวะ PCOS: การวินิจฉัยที่มากกว่าการมองเห็นอาการ

ภาวะรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS) เป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในสตรีวัยเจริญพันธุ์ แต่การวินิจฉัยภาวะนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมองเห็นถุงน้ำในรังไข่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากลักษณะอาการของ PCOS มักทับซ้อนกับโรคอื่นๆ การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยกระบวนการที่รอบคอบและครอบคลุมหลายด้าน

ขั้นตอนแรกเริ่มต้นที่การ ซักประวัติอย่างละเอียด แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับประวัติประจำเดือน เช่น ความถี่ ปริมาณเลือดที่ไหลออก ระยะเวลาระหว่างรอบเดือน และการมีประจำเดือนที่ผิดปกติหรือขาดหายไป ข้อมูลเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งในการประเมินความผิดปกติของฮอร์โมน นอกจากนี้ แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับประวัติครอบครัว ประวัติการตั้งครรภ์ และโรคประจำตัวอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

ต่อมา แพทย์จะทำการ ตรวจร่างกาย เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ความผิดปกติทางฮอร์โมน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญาณของฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) ที่สูงขึ้น เช่น สิว ขนดกตามใบหน้า ลำตัว และบริเวณอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์ รูขุมขนขนาดใหญ่ และศีรษะล้านแบบชาย นอกจากนี้ แพทย์ยังจะสังเกตหาสัญญาณของภาวะดื้ออินซูลิน เช่น รอยดำตามข้อพับ (acanthosis nigricans) ความดันโลหิตสูง และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการเหล่านี้บ่งชี้ว่าร่างกายใช้ประโยชน์จากอินซูลินได้ไม่ดี ซึ่งเป็นลักษณะร่วมสำคัญของ PCOS

อย่างไรก็ตาม การตรวจร่างกายและซักประวัติเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัย PCOS ได้อย่างแน่ชัด แพทย์อาจพิจารณา การตรวจเพิ่มเติม เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและแยกโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายคลึงกัน การตรวจเหล่านี้อาจรวมถึง:

  • การตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด: เพื่อวัดระดับฮอร์โมนเพศชาย ฮอร์โมน LH (luteinizing hormone) ฮอร์โมน FSH (follicle-stimulating hormone) และฮอร์โมนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การตรวจนี้ช่วยประเมินสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย
  • การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด: เพื่อตรวจหาภาวะดื้ออินซูลิน และประเมินความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
  • การอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด: เพื่อตรวจดูรังไข่ และประเมินจำนวนและขนาดของถุงน้ำ แต่การพบถุงน้ำในรังไข่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัย PCOS ได้ เนื่องจากสตรีบางคนอาจมีถุงน้ำในรังไข่โดยไม่มีอาการอื่นๆ ของ PCOS
  • การตรวจอื่นๆ: เช่น การตรวจระดับไขมันในเลือด การทดสอบการทำงานของต่อมไทรอยด์ และอื่นๆ เพื่อแยกโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายคลึงกัน

การวินิจฉัย PCOS จึงเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยพิจารณาจากอาการ ประวัติทางการแพทย์ และผลการตรวจต่างๆ ไม่ใช่การวินิจฉัยเพียงจากอาการใดอาการหนึ่งหรือผลการตรวจเพียงอย่างเดียว หากคุณสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะ PCOS ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพราะการดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในระยะยาวได้