ยาคุมแบบแปะ ทํางานยังไง

15 การดู

แผ่นแปะคุมกำเนิดทำงานโดยปล่อยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกาย ฮอร์โมนเหล่านี้จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการยับยั้งการตกไข่ และทำให้มูกบริเวณปากมดลูกข้นเหนียวขึ้น เพื่อป้องกันอสุจิไม่ให้เข้าไปผสมกับไข่ได้สำเร็จ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

แผ่นแปะคุมกำเนิด: ทางเลือกสบายๆ ในการวางแผนครอบครัวที่คุณอาจยังไม่รู้

ในยุคที่ผู้หญิงมีบทบาทหลากหลายในสังคม การวางแผนครอบครัวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคตของตนเอง นอกเหนือจากยาคุมกำเนิดแบบเม็ดที่เราคุ้นเคยกันดีแล้ว ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็คือ “แผ่นแปะคุมกำเนิด”

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ แต่ยังไม่แน่ใจว่าแผ่นแปะคุมกำเนิดคืออะไร ใช้งานอย่างไร และแตกต่างจากวิธีคุมกำเนิดอื่นๆ อย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นแปะคุมกำเนิด เพื่อให้คุณได้รู้จักและพิจารณาว่ามันอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณหรือไม่

หลักการทำงานของแผ่นแปะคุมกำเนิด: ง่ายแต่ได้ผล

หัวใจสำคัญของการทำงานของแผ่นแปะคุมกำเนิดอยู่ที่การปล่อยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางผิวหนังอย่างต่อเนื่อง แผ่นแปะนี้มีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ คล้ายแผ่นพลาสเตอร์ยา เมื่อแปะลงบนผิวหนัง ฮอร์โมนที่อยู่ในแผ่นแปะจะค่อยๆ ซึมผ่านผิวหนังและเข้าสู่ร่างกาย

ฮอร์โมนที่ถูกปล่อยออกมานี้จะทำหน้าที่หลักสองอย่างในการป้องกันการตั้งครรภ์:

  1. ยับยั้งการตกไข่: โดยปกติแล้ว ร่างกายผู้หญิงจะปล่อยไข่ออกมาหนึ่งใบในแต่ละรอบเดือน (ประจำเดือน) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สามารถเกิดการปฏิสนธิได้ ฮอร์โมนจากแผ่นแปะจะช่วยระงับกระบวนการนี้ ทำให้ไม่มีไข่ให้ปฏิสนธิ

  2. ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกข้นเหนียว: มูกที่ปากมดลูกทำหน้าที่เป็นเหมือนปราการด่านแรกในการป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ เมื่อมูกมีความข้นเหนียวขึ้น จะเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเดินทางของอสุจิเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

ด้วยการทำงานร่วมกันของทั้งสองกลไกนี้ แผ่นแปะคุมกำเนิดจึงมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 91-99% หากใช้อย่างถูกต้อง

วิธีใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด: สะดวกและง่ายดาย

การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดค่อนข้างง่ายและสะดวก เพียงแค่:

  • แปะแผ่นใหม่ทุกสัปดาห์: เริ่มต้นในวันแรกของรอบเดือน (วันที่มีประจำเดือนวันแรก) แปะแผ่นแปะใหม่ทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ติดต่อกัน
  • สัปดาห์ที่ 4 พัก: ในสัปดาห์ที่ 4 ไม่ต้องแปะแผ่นแปะ เพื่อให้มีประจำเดือนตามปกติ
  • บริเวณที่แปะ: ควรแปะบนผิวหนังที่สะอาด แห้ง และไม่มีขน เช่น บริเวณต้นแขนด้านนอก หน้าท้อง สะโพก หรือหลังส่วนบน (หลีกเลี่ยงบริเวณเต้านม)
  • เปลี่ยนตำแหน่ง: เพื่อป้องกันการระคายเคือง ควรเปลี่ยนตำแหน่งที่แปะทุกครั้งที่เปลี่ยนแผ่นใหม่

ข้อดีของแผ่นแปะคุมกำเนิด: มากกว่าแค่ความสะดวก

  • สะดวก: ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมกินยาคุมทุกวัน เพียงแค่เปลี่ยนแผ่นแปะตามกำหนด
  • ประสิทธิภาพสูง: หากใช้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการกินยาคุมอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่กระทบต่อระบบทางเดินอาหาร: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมยา หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนบ่อยๆ
  • ประจำเดือนสม่ำเสมอ: ช่วยให้รอบเดือนมาสม่ำเสมอมากขึ้น และอาจช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้

ข้อควรพิจารณาและข้อควรระวัง:

  • ผลข้างเคียง: เช่นเดียวกับยาคุมกำเนิดชนิดอื่นๆ แผ่นแปะคุมกำเนิดก็อาจมีผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ เจ็บเต้านม หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย
  • ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์: แผ่นแปะคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้นจึงควรใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การใช้ถุงยางอนามัย
  • ข้อห้ามใช้: ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็งเต้านม หรือมีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

สรุป:

แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้หญิงที่ต้องการวางแผนครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อขอคำแนะนำและประเมินว่าแผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นวิธีที่เหมาะสมกับคุณหรือไม่

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับแผ่นแปะคุมกำเนิดมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการคุมกำเนิดที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างมั่นใจ