ยูริคสูงมีอาการอย่างไร

17 การดู

ภาวะกรดยูริคสูงทำให้เกิดการสะสมของผลึกยูเรตในข้อต่อ ส่งผลให้เกิดอาการปวดข้ออย่างรุนแรง บวมแดง และอักเสบ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่เท้า อาการมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง อาจมีไข้ร่วมด้วย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่การทำลายข้อต่ออย่างถาวร

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ยูริคสูง: อาการแฝงที่ไม่ควรมองข้าม ก่อนกลายเป็นโรคเก๊าท์เรื้อรัง

ภาวะกรดยูริคสูงในเลือด หรือที่รู้จักกันในวงการแพทย์ว่า ไฮเปอร์ยูริซีเมีย (Hyperuricemia) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขในผลตรวจเลือด แต่เป็นสัญญาณเตือนที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อโรคเก๊าท์และปัญหาสุขภาพอื่นๆ แม้ว่าบางคนอาจไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมา แต่การสะสมของกรดยูริคที่มากเกินไปจะค่อยๆ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายในระยะยาว ดังนั้น การทำความเข้าใจอาการของกรดยูริคสูงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

อาการของกรดยูริคสูงนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจไม่มีอาการใดๆ เลย แต่บางคนอาจมีอาการแสดงออกมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นโรคเก๊าท์ซึ่งเกิดจากการตกผลึกของกรดยูริคในข้อต่อ อาการที่พบบ่อยที่สุด คือ:

1. โรคเก๊าท์เฉียบพลัน (Acute Gout): นี่คืออาการที่เด่นชัดที่สุดของภาวะกรดยูริคสูง มักเริ่มต้นด้วยอาการปวดข้ออย่างรุนแรง บวม แดง และอักเสบ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่เท้า (แต่สามารถเกิดขึ้นได้ที่ข้อต่ออื่นๆ เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อศอก และข้อมือ) อาการปวดมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง อาจรุนแรงจนกระทั่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการไข้ร่วมด้วย ความเจ็บปวดมักจะรุนแรงที่สุดในช่วง 12-24 ชั่วโมงแรก ก่อนที่จะค่อยๆ ลดลงภายใน 3-10 วัน

2. โรคเก๊าท์เรื้อรัง (Chronic Gout): หากไม่ได้รับการรักษา โรคเก๊าท์เฉียบพลันอาจกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อยขึ้น และอาจพัฒนาไปสู่โรคเก๊าท์เรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง การทำลายข้อต่อ และการเปลี่ยนรูปร่างของข้อต่อ อาจทำให้เกิดความพิการได้ในที่สุด นอกจากนี้ กรดยูริคที่ตกตะกอนอาจสะสมอยู่เป็นก้อนโต เรียกว่า โทฟัส (Tophi) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ที่ผิวหนัง หู หรือบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย

3. อาการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง: นอกจากอาการที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อแล้ว กรดยูริคสูงยังอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น นิ่วในไต ซึ่งเกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริคในไต อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ปัสสาวะมีสีแดงหรือมีเลือดปน และมีอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ควรปรึกษาแพทย์เมื่อใด?

หากคุณประสบกับอาการปวดข้ออย่างรุนแรง บวม แดง และอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดเพื่อวัดระดับกรดยูริค และอาจทำการตรวจอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม การรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความรุนแรงของอาการ ป้องกันความเสียหายต่อข้อต่อ และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

บทสรุป:

ภาวะกรดยูริคสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรให้ความสำคัญ แม้ว่าบางคนอาจไม่มีอาการ แต่การสะสมของกรดยูริคในร่างกายสามารถนำไปสู่โรคเก๊าท์และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ การตรวจสุขภาพเป็นประจำ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะกรดยูริคสูงและโรคเก๊าท์ได้

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ