ลาป่วยบ่อยแค่ไหนถึงจะเรียกบ่อย

9 การดู

ตัวอย่างข้อมูลแนะนำใหม่:

การลาป่วยที่ถี่เกินไปอาจส่งผลเสียต่องาน แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุจำนวนวันที่แน่นอน หากลาป่วยบ่อยครั้งจนกระทบประสิทธิภาพการทำงาน หรือลาป่วยสะสมเกิน 30 วันต่อปี นายจ้างอาจพิจารณาเรื่องสมรรถภาพการทำงานและเลิกจ้างโดยจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัทและการพิจารณาเป็นกรณีไป

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ลาป่วยบ่อยแค่ไหนถึงจะ “เยอะเกินไป”? ไขข้อสงสัยเรื่องสิทธิและหน้าที่ของลูกจ้าง

การเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และเป็นสิทธิพื้นฐานของลูกจ้างที่จะลาป่วยเพื่อพักรักษาตัว แต่คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ “ลาป่วยบ่อยแค่ไหนถึงจะเรียกได้ว่า ‘บ่อยเกินไป’?” คำถามนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน เพราะไม่มีตัวเลขที่ตายตัวที่กำหนดไว้ในกฎหมายแรงงาน แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณาประกอบกัน

กฎหมายไม่ได้กำหนด แต่…

แม้กฎหมายแรงงานของไทยจะไม่ได้ระบุจำนวนวันที่ลูกจ้างสามารถลาป่วยได้ชัดเจน แต่ก็มีหลักการพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึง:

  • สิทธิในการลาป่วย: ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้ตามความจำเป็น โดยต้องแจ้งให้นายจ้างทราบตามระเบียบของบริษัท และอาจต้องมีใบรับรองแพทย์หากลาป่วยติดต่อกันเกิน 3 วันขึ้นไป
  • ความเป็นธรรม: การลาป่วยควรเป็นไปตามเหตุผลอันสมควรและเป็นไปตามอาการป่วยจริง หากมีการเจ็บป่วยเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งให้นายจ้างทราบถึงแผนการรักษา เพื่อให้สามารถวางแผนการทำงานร่วมกันได้
  • ผลกระทบต่องาน: การลาป่วยที่บ่อยเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของตนเองและเพื่อนร่วมงาน หากงานไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา

เมื่อไหร่ที่ “บ่อย” กลายเป็น “ปัญหา”?

แม้ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน แต่สัญญาณบ่งชี้ว่าการลาป่วยอาจจะ “บ่อยเกินไป” และส่งผลกระทบได้แก่:

  • ความถี่ในการลาป่วย: ลาป่วยทุกสัปดาห์ หรือลาป่วยหลายครั้งในหนึ่งเดือน โดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่ชัดเจน
  • ระยะเวลาที่ลาป่วย: ลาป่วยครั้งละ 1-2 วันบ่อยๆ โดยไม่มีอาการป่วยหนัก
  • ผลกระทบต่องาน: งานที่รับผิดชอบคั่งค้าง ล่าช้า หรือต้องให้เพื่อนร่วมงานช่วยทำอยู่เสมอ
  • การขาดความน่าเชื่อถือ: นายจ้างสงสัยว่าการลาป่วยนั้นเป็นไปเพื่อเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่การเจ็บป่วยจริง

เมื่อสะสมเกิน 30 วัน นายจ้างมีสิทธิอะไร?

แม้การลาป่วยเป็นสิทธิ แต่การลาป่วยสะสมเป็นเวลานานเกินไป ก็อาจเป็นเหตุให้นายจ้างพิจารณาได้เช่นกัน โดยทั่วไป หากลูกจ้างลาป่วยสะสมเกิน 30 วันต่อปี (ไม่ว่าจะลาต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่อง) นายจ้างอาจพิจารณาเรื่องสมรรถภาพในการทำงานของลูกจ้างได้ แต่การพิจารณาจะทำอย่างรอบคอบและเป็นธรรม โดย:

  • การแจ้งเตือน: นายจ้างควรแจ้งเตือนลูกจ้างถึงผลกระทบของการลาป่วยต่อการทำงาน และให้โอกาสลูกจ้างในการปรับปรุง
  • การประเมิน: นายจ้างควรประเมินสมรรถภาพการทำงานของลูกจ้างอย่างเป็นธรรม โดยพิจารณาจากปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากการลาป่วยด้วย
  • การเลิกจ้าง: หากลูกจ้างไม่สามารถปรับปรุงการทำงานได้ และการลาป่วยส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่องาน นายจ้างอาจเลิกจ้างลูกจ้างได้ โดยต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย

สิ่งที่ลูกจ้างควรทำ

  • ลาป่วยเมื่อจำเป็น: ลาป่วยเฉพาะเมื่อเจ็บป่วยจริง และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้หายป่วยเร็ว
  • แจ้งให้นายจ้างทราบ: แจ้งให้นายจ้างทราบถึงอาการป่วยและระยะเวลาที่คาดว่าจะลาป่วย
  • ให้ความร่วมมือ: หากต้องลาป่วยเป็นเวลานาน ให้ความร่วมมือกับนายจ้างในการวางแผนการทำงาน และส่งมอบงานให้เพื่อนร่วมงาน
  • ปรึกษาแพทย์: หากมีอาการป่วยเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษา

สรุป

การลาป่วยเป็นสิทธิของลูกจ้าง แต่ก็ต้องทำอย่างมีความรับผิดชอบและคำนึงถึงผลกระทบต่องาน การสื่อสารที่ดีกับนายจ้าง และการให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา จะช่วยให้ทั้งลูกจ้างและนายจ้างสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น แม้ในสถานการณ์ที่ต้องมีการลาป่วยเกิดขึ้น