เมื่อไตมีอาการผิดปกติจะมีสารใดปนออกมากับปัสสาวะ

36 การดู

เมื่อไตทำงานผิดปกติ สารพิษและของเสียที่ร่างกายไม่สามารถขับออกได้จะปนเปื้อนในปัสสาวะ เช่น ครีเอตินีน และยูเรีย ปริมาณที่เพิ่มขึ้นของสารเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเสียหายของไต อาการผิดปกติอื่นๆ เช่น ปัสสาวะมีสีผิดปกติหรือมีกลิ่นแรง อาจบ่งชี้ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เมื่อไตอ่อนล้า: สารบ่งชี้ภัยในปัสสาวะ

ไตเปรียบเสมือนโรงกรองน้ำเสียภายในร่างกาย ทำหน้าที่กรองของเสียและสารพิษออกจากเลือด ก่อนขับออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะ หากไตทำงานผิดปกติ กลไกการกรองนี้จะเสื่อมประสิทธิภาพ ส่งผลให้สารต่างๆ ที่ปกติแล้วควรถูกขับออกไป กลับปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะ และบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้

การตรวจพบสารผิดปกติในปัสสาวะจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยโรคไต แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกการเปลี่ยนแปลงในปัสสาวะจะบ่งชี้ถึงโรคไตเสมอไป บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น การขาดน้ำ หรือการรับประทานอาหารบางชนิด แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องหรือรุนแรงควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

สารบ่งชี้สำคัญที่พบในปัสสาวะเมื่อไตทำงานผิดปกติ ได้แก่:

  • ครีเอตินีน (Creatinine): เป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของครีเอทีนในกล้ามเนื้อ ไตที่มีสุขภาพดีจะกำจัดครีเอตินีนออกจากเลือด ปริมาณครีเอตินีนที่สูงขึ้นในปัสสาวะอาจบ่งชี้ถึงการทำงานของไตที่ลดลง หรือโรคไตเรื้อรัง

  • ยูเรีย (Urea): เป็นผลิตภัณฑ์จากการสลายโปรตีน เช่นเดียวกับครีเอตินีน ไตจะกรองยูเรียออกจากเลือด ระดับยูเรียที่สูงขึ้นในปัสสาวะ บ่งชี้ถึงการทำงานของไตที่บกพร่อง

  • โปรตีน (Protein): ปกติแล้วโปรตีนมีขนาดโมเลกุลใหญ่ ไตจะไม่กรองโปรตีนออกไป การพบโปรตีนในปัสสาวะ (โปรตีนในปัสสาวะ) จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสียหายของไต อาจเกิดจากโรคไตหลายชนิด เช่น โรคไตอักเสบ

  • เม็ดเลือดแดง (Red blood cells): การพบเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ (เม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ) หรือที่เรียกว่า hematuria อาจบ่งชี้ถึงการอักเสบของไต การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือความเสียหายของไต อาการนี้มักมาพร้อมกับอาการปัสสาวะเป็นเลือด

  • เม็ดเลือดขาว (White blood cells): การพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ (เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ) บ่งชี้ถึงการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหรือไตอักเสบ

นอกจากสารข้างต้น ยังมีสารอื่นๆ อีกที่อาจพบได้ในปัสสาวะเมื่อไตทำงานผิดปกติ ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค อาการอื่นๆ ที่ควรรับการตรวจสอบเพิ่มเติม ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของปริมาณปัสสาวะ ปัสสาวะมีสีผิดปกติ (เช่น สีแดง สีน้ำตาล หรือสีชา) ปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติ หรือมีอาการบวมที่เท้าและขา

บทสรุป: การตรวจสอบปัสสาวะเป็นวิธีการตรวจหาโรคไตที่สำคัญ การพบสารผิดปกติในปัสสาวะไม่ควรละเลย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง การดูแลสุขภาพไตอย่างสม่ำเสมอ เช่น การควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกาย เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและชะลอความเสื่อมของไต