โรคกระเพาะกำเริบเกิดจากอะไร

13 การดู

ดูแลสุขภาพกระเพาะอาหารของคุณด้วยการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม และปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

โรคกระเพาะกำเริบ: สัญญาณเตือนจากภายในที่ไม่ควรมองข้าม

อาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณลิ้นปี่ เรอเปรี้ยว อาหารไม่ย่อย ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกถึงภาวะ “โรคกระเพาะกำเริบ” ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพในระยะยาวได้ แต่สาเหตุของการกำเริบของโรคกระเพาะนั้นเกิดจากอะไรบ้าง? มาหาคำตอบกัน

โรคกระเพาะอาหาร หรือ แผลในกระเพาะอาหาร มักเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างปัจจัยป้องกันและปัจจัยทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร เมื่อปัจจัยทำลายมีมากกว่า เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. pylori), การใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดการอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหารได้ ส่วนการกำเริบของโรคนั้น มักเกิดจากปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ภาวะความไม่สมดุลนี้รุนแรงขึ้น ได้แก่:

  • พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม: การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานอาหารรสจัด อาหารเผ็ดร้อน อาหารทอด หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดมากขึ้น และระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหารที่อ่อนแออยู่แล้ว
  • ความเครียด: ภาวะความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย รวมถึงการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการกำเริบได้ง่าย
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: สารนิโคตินในบุหรี่และแอลกอฮอล์จะไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารโดยตรง และยังเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารอีกด้วย จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้โรคกระเพาะกำเริบ
  • การติดเชื้อ H. pylori ซ้ำ: แม้จะเคยรักษาการติดเชื้อ H. pylori แล้ว แต่ก็มีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้ ซึ่งจะทำให้โรคกระเพาะกลับมากำเริบอีกครั้ง
  • การใช้ยาบางชนิด: นอกจาก NSAIDs แล้ว ยาบางชนิดเช่น สเตียรอยด์ ยาละลายลิ่มเลือด ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและทำให้โรคกำเริบได้

การดูแลสุขภาพกระเพาะอาหารอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการกำเริบของโรค ด้วยการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม และที่สำคัญที่สุดคือ หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อย่าปล่อยให้อาการเรื้อรังจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว. การใส่ใจสุขภาพกระเพาะอาหารคือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต.