ICU มีกี่ระดับ

8 การดู

ข้อมูลแนะนำใหม่:

ICU แบ่งระดับความสำคัญของผู้ป่วยตามความจำเป็นในการดูแล โดย Priority 1 คือกลุ่มที่ต้องได้รับการรักษาและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดใน ICU เท่านั้น ส่วน Priority 2 ต้องการการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ขณะที่ Priority 3 มีแนวโน้มการฟื้นตัวไม่ดี และ Priority 4 อาจไม่ได้รับประโยชน์จากการรักษาใน ICU เนื่องจากอาการหนักหรือเบาเกินไป

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ระดับความสำคัญของผู้ป่วยใน ICU: ไม่ใช่แค่ “เข้า ICU”

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนัก (ICU) แล้ว ทุกคนจะได้รับการดูแลในระดับเดียวกัน ความจริงแล้ว ICU มีระบบการจัดลำดับความสำคัญของผู้ป่วยตามความจำเป็นในการดูแลอย่างเข้มข้น ซึ่งไม่ได้แบ่งเป็นระดับชั้นแบบ 1, 2, 3, 4 ตามที่เข้าใจกันทั่วไป แต่จะพิจารณาจากความเร่งด่วนและความจำเป็นในการรักษา โดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้ป่วยออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้ ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลอาจมีเกณฑ์การแบ่งกลุ่มที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่โดยหลักการแล้วจะคล้ายคลึงกัน:

กลุ่มที่ 1: ผู้ป่วยวิกฤต ต้องการการดูแลอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง (Critically Ill) กลุ่มนี้คือผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาใน ICU เท่านั้น อาการไม่คงที่ ต้องการการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ, ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน, ผู้ป่วยที่มีภาวะช็อกจากการติดเชื้อ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงในการช่วยชีวิตและรักษา

กลุ่มที่ 2: ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง ต้องการการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น (High Dependency) กลุ่มนี้ต้องการการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเช่นกัน แต่อาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยชีวิตตลอดเวลา อาการค่อนข้างคงที่กว่ากลุ่มแรกแต่ยังมีความเสี่ยงที่จะทรุดลงได้ เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัดใหญ่บางประเภท, ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจบางชนิด, ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน

กลุ่มที่ 3: ผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว (Intermediate Care) กลุ่มนี้คือผู้ป่วยที่อาการดีขึ้นและอยู่ในช่วงฟื้นตัว ยังคงต้องได้รับการดูแลและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องแต่อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ใน ICU บางโรงพยาบาลอาจมีหอผู้ป่วยขั้นกลาง (Intermediate Care Unit หรือ Step-down Unit) เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ก่อนที่จะย้ายไปยังหอผู้ป่วยทั่วไป

กลุ่มที่ 4: ผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสมกับการรักษาใน ICU กลุ่มนี้แบ่งได้เป็นสองกลุ่มย่อย กลุ่มแรกคือผู้ป่วยที่มีอาการหนักมากเกินไป มีโอกาสรอดชีวิตน้อย การรักษาใน ICU อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงพอที่จะเข้ารับการรักษาใน ICU สามารถรักษาในหอผู้ป่วยทั่วไปได้

การแบ่งกลุ่มผู้ป่วยใน ICU ไม่ได้เป็นการจัดลำดับความสำคัญของชีวิต แต่เป็นการจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลอย่างเข้มข้นที่สุดได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทุกคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น แทนที่จะมองว่า ICU มีการแบ่งระดับเป็น 1, 2, 3, 4 ควรทำความเข้าใจว่าการรักษาใน ICU นั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความเร่งด่วนของอาการผู้ป่วยเป็นสำคัญ