อาชีพเกษตรกรรมมีความเสี่ยงด้านโรคอะไรบ้าง

2 การดู

ชีวิตชาวสวนนี่มันไม่ง่ายเลยนะ เสี่ยงสารเคมีสารพิษเต็มๆ ไอ้พวกยาฆ่าแมลงนี่น่ะ ไม่ใช่เล่นๆ ระยะสั้นก็แสบตาแสบผิว ระยะยาวนี่ถึงขั้นเป็นมะเร็งเลยก็มี แล้วก็ยังมีพวกโรคจากสัตว์อีก ไข้หวัดนกนี่ก็อันตราย คิดแล้วก็เหนื่อยใจแทนจริงๆ งานหนัก เสี่ยงโรค รายได้ก็ไม่แน่นอน น่าสงสารจังเลย

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ชีวิตชาวสวน… เหนื่อย เสี่ยง และไม่แน่นอน: เจาะลึกโรคภัยที่ชาวสวนต้องเผชิญ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมอยากจะมาคุยเรื่องชีวิตชาวสวนที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน แต่หลายครั้งเราอาจจะมองข้ามความยากลำบากและความเสี่ยงที่พวกเค้าต้องเผชิญกันอยู่ ผมเองก็เคยลงพื้นที่ไปช่วยงานญาติๆ ทำสวนอยู่บ้าง ได้สัมผัสถึงความเหนื่อยยากและความเสี่ยงต่างๆ ที่หลายคนอาจจะไม่รู้

อย่างที่เพื่อนๆ หลายคนคงจะทราบกันดีว่า อาชีพเกษตรกรรมนั้นมีความเสี่ยงมากมาย โดยเฉพาะเรื่อง “โรคภัยไข้เจ็บ” ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจมากครับ ผมขอเริ่มจากสิ่งที่หลายคนพูดถึงกันมากที่สุด นั่นก็คือ “สารเคมี” ครับ

สารเคมี: ภัยเงียบที่คุกคามชีวิตชาวสวน

ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช ปุ๋ยเคมี… เหล่านี้คือสิ่งที่ชาวสวนต้องสัมผัสอยู่เป็นประจำ เพื่อให้ผลผลิตงอกงาม แต่สิ่งที่ตามมาคือความเสี่ยงต่อสุขภาพที่น่ากลัวจริงๆ ครับ

  • อาการเฉียบพลัน: หลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวชาวสวนที่ฉีดยาฆ่าแมลงแล้วเกิดอาการ “แพ้” อย่างรุนแรง แสบตา แสบผิว คลื่นไส้อาเจียน บางรายถึงขั้นหมดสติ หรือหายใจติดขัด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว
  • ผลกระทบระยะยาว: นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด สารเคมีบางชนิดสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน ทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา เช่น มะเร็ง (มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง) โรคระบบประสาท (พาร์กินสัน อัลไซเมอร์) โรคผิวหนัง (ผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบ) หรือแม้แต่ ภาวะมีบุตรยาก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายครอบครัว

ผมเคยคุยกับลุงคนหนึ่งที่ทำสวนผลไม้มาทั้งชีวิต แกเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการป้องกันเท่าไหร่ ใช้สารเคมีแบบเต็มที่ แต่พออายุมากขึ้น เริ่มมีอาการแปลกๆ ปวดเมื่อยตามตัวตลอดเวลา ไปตรวจร่างกาย หมอบอกว่า “ค่าตับไม่ค่อยดีนะ” ตอนนั้นแกถึงได้รู้ว่าสิ่งที่แกทำมาทั้งชีวิตกำลังทำร้ายตัวแกเอง

โรคจากสัตว์: ภัยร้ายที่มากับธรรมชาติ

นอกจากสารเคมีแล้ว ชาวสวนยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากโรคที่มากับสัตว์ต่างๆ อีกด้วย

  • โรคที่เกิดจากแมลง: นอกจากแมลงจะเป็นศัตรูพืชแล้ว บางชนิดยังเป็นพาหะนำโรคมาสู่คนได้อีกด้วย เช่น โรคไข้เลือดออก ที่มียุงลายเป็นพาหะ หรือ โรคมาลาเรีย ที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะ
  • โรคที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง: สุนัข แมว วัว ควาย เหล่านี้อาจเป็นพาหะนำโรคต่างๆ มาสู่คนได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ที่อันตรายถึงชีวิต หรือ โรคฉี่หนู ที่เกิดจากการสัมผัสปัสสาวะของหนู
  • โรคที่เกิดจากสัตว์ป่า: โดยเฉพาะคนที่ทำสวนใกล้ป่า อาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากสัตว์ป่า เช่น โรคไข้หวัดนก ที่มากับนกอพยพ หรือ โรคจากเห็บ ที่อาศัยอยู่ตามสัตว์ป่า

ผมเคยอ่านข่าวเกษตรกรคนหนึ่งที่เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง แล้วติดเชื้อไข้หวัดนก ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนานเป็นเดือน ทำให้ครอบครัวต้องลำบาก เพราะขาดรายได้ แถมยังต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย

รายได้ไม่แน่นอน: ซ้ำเติมความยากลำบาก

นอกจากความเสี่ยงด้านสุขภาพแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ชาวสวนต้องเผชิญคือ “ความไม่แน่นอนของรายได้” ราคาสินค้าเกษตรขึ้นๆ ลงๆ ตามกลไกตลาด บางปีผลผลิตดี ราคาตกต่ำ บางปีเจอปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ผลผลิตเสียหาย ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย

ผมว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ นะครับ ที่คนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผลิตอาหารให้กับพวกเรา ต้องมาเผชิญกับความยากลำบากและความเสี่ยงมากมายขนาดนี้

แล้วเราจะช่วยอะไรพวกเค้าได้บ้าง?

ผมเชื่อว่าเราทุกคนสามารถช่วยเหลือชาวสวนได้ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

  • สนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์: การเลือกซื้อสินค้าเกษตรที่ปลอดสารเคมี เป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรแบบยั่งยืน ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
  • ให้ความรู้เรื่องสุขภาพและความปลอดภัย: หน่วยงานภาครัฐและเอกชนควรให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับอันตรายจากสารเคมี การป้องกันตนเองจากโรคต่างๆ และการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง
  • สนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร: สนับสนุนนโยบายที่ช่วยเหลือเกษตรกร เช่น การประกันราคาสินค้าเกษตร การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร

ผมหวังว่าบทความนี้จะทำให้เพื่อนๆ ได้เห็นถึงความยากลำบากและความเสี่ยงที่ชาวสวนต้องเผชิญกันมากขึ้น และร่วมกันหาทางช่วยเหลือพวกเค้าให้มีชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ ขอบคุณครับ!