คีโตฟลู คืออะไร

9 การดู

อาการ Keto Flu เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพลังงานของร่างกายจากคาร์โบไฮเดรตเป็นไขมันอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดและอิเล็กโทรไลต์ลดลง อาการที่ปรากฏได้แก่ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ท้องผูก และความอ่อนล้า การดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารเสริมอิเล็กโทรไลต์ช่วยบรรเทาอาการได้

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

คีโตฟลู: เมื่อร่างกายปรับตัวสู่โลกแห่งไขมัน

“คีโตฟลู” อาจฟังดูเหมือนชื่อโรคหวัดชนิดใหม่ แต่แท้จริงแล้วมันเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายพยายามปรับตัวเข้าสู่ภาวะคีโตสิส ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการกินอาหารแบบคีโตเจนิค (Ketogenic Diet) ที่เน้นการบริโภคไขมันสูง ลดคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะ

การเปลี่ยนแปลงอาหารอย่างรวดเร็วจากแหล่งพลังงานหลักคือคาร์โบไฮเดรต มาเป็นไขมัน ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเผาผลาญ เมื่อร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตน้อยลง ระดับน้ำตาลในเลือด (Glucose) จะลดลง ส่งผลให้ร่างกายดึงเอาไกลโคเจน (Glycogen) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ในตับและกล้ามเนื้อมาใช้ ไกลโคเจนนี้จะถูกสลายเป็นกลูโคสเพื่อเป็นพลังงาน แต่เมื่อไกลโคเจนถูกใช้จนหมด ร่างกายจะเริ่มหันมาเผาผลาญไขมันแทนที่ โดยกระบวนการนี้จะสร้างสารคีโตน (Ketone Bodies) ซึ่งกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ของร่างกาย

ในช่วงปรับตัวนี้เองที่ร่างกายอาจยังไม่คุ้นชินกับการใช้คีโตนเป็นพลังงานหลัก ทำให้เกิดอาการต่างๆ ที่รวมเรียกว่า “คีโตฟลู” อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วง 2-7 วันแรกของการเริ่มต้นคีโตเจนิคไดเอท และมักจะหายไปเองเมื่อร่างกายปรับตัวได้

อาการที่พบบ่อยของคีโตฟลู:

  • อ่อนเพลียและเหนื่อยล้า: เนื่องจากร่างกายยังไม่สามารถใช้คีโตนเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เวียนศีรษะ: ระดับน้ำตาลในเลือดที่ลดลงอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ โดยเฉพาะเมื่อลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
  • คลื่นไส้: การเปลี่ยนแปลงในระบบย่อยอาหารอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้
  • ท้องผูก: การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะไฟเบอร์ อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
  • ปวดศีรษะ: การขาดน้ำและอิเล็กโทรไลต์เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดศีรษะ
  • หงุดหงิดง่าย: การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดอาจส่งผลต่ออารมณ์
  • นอนไม่หลับ: ร่างกายอาจใช้เวลาปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมน

การบรรเทาอาการคีโตฟลู:

ถึงแม้ว่าคีโตฟลูจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง และมักหายได้เอง แต่ก็สามารถบรรเทาอาการต่างๆ ได้ด้วยวิธีดังนี้:

  • ดื่มน้ำมากๆ: การขาดน้ำเป็นสาเหตุสำคัญของอาการหลายอย่าง ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวัน
  • เติมอิเล็กโทรไลต์: การลดคาร์โบไฮเดรตทำให้ร่างกายขับน้ำและอิเล็กโทรไลต์ออกไปมากขึ้น เติมโซเดียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยอาจรับประทานอาหารเสริม หรือดื่มน้ำซุปกระดูก (Bone Broth)
  • เพิ่มปริมาณไขมัน: การบริโภคไขมันให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายสร้างคีโตนได้มากขึ้น และลดความต้องการคาร์โบไฮเดรต
  • ออกกำลังกายเบาๆ: การออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน อาจช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน และบรรเทาอาการเหนื่อยล้า
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว และปรับตัวเข้ากับภาวะคีโตสิสได้เร็วขึ้น

ข้อควรระวัง:

หากอาการคีโตฟลูรุนแรง หรือไม่ดีขึ้นหลังจากลองปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น และรับคำแนะนำที่เหมาะสม

สรุป:

คีโตฟลูเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวเมื่อร่างกายปรับตัวเข้าสู่ภาวะคีโตสิส การดื่มน้ำมากๆ เติมอิเล็กโทรไลต์ และพักผ่อนให้เพียงพอ สามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ได้ หากเข้าใจถึงกระบวนการและรับมือกับอาการอย่างถูกต้อง คุณก็จะสามารถก้าวผ่านช่วงปรับตัวนี้ไปได้อย่างราบรื่น และได้รับประโยชน์จากการกินอาหารแบบคีโตเจนิค