ซื้อยางไม่ควรเกินกี่ปี

8 การดู

ตัวอย่างข้อมูลแนะนำใหม่:

มองข้ามตัวเลขอายุยางไปก่อน! ลองสังเกตดอกยางที่เริ่มตื้น เข็มขัดรัดยางบวม หรือมีรอยแตกร้าว นั่นคือสัญญาณเตือนให้เปลี่ยนยางได้แล้ว แม้จะยังไม่ถึง 3 ปี หรือวิ่งไม่ถึง 40,000 กิโลเมตรก็ตาม ความปลอดภัยต้องมาก่อน!

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

อายุยางรถยนต์…ไม่ใช่ตัวเลขสำคัญที่สุด! ความปลอดภัยมาเหนือสิ่งอื่นใด

หลายคนมักกังวลกับอายุการใช้งานของยางรถยนต์ ถามหาว่าควรเปลี่ยนยางเมื่อไหร่ คำตอบที่ว่า “ไม่ควรเกิน 3 ปี” หรือ “ไม่ควรเกิน 5 ปี” นั้นอาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะอายุยางเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น สิ่งสำคัญกว่าคือ สภาพของยาง นั่นเอง

ใช่! เราควรละเลยตัวเลข “อายุยาง” และหันมาให้ความสำคัญกับสภาพยางที่ใช้งานจริง อย่ามัวแต่ดูที่ปีที่ผลิต แต่ให้สังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้:

  • ดอกยางตื้น: นี่คือสัญญาณอันตรายที่สุด! ดอกยางที่สึกหรอจนตื้น จะทำให้การยึดเกาะถนนลดลงอย่างมาก เสี่ยงต่อการลื่นไถล โดยเฉพาะในสภาพถนนเปียกหรือฝนตก ไม่ว่าจะใช้งานมานานแค่ไหน หากดอกยางตื้นเกินกว่าที่กำหนด ควรเปลี่ยนยางทันที โดยทั่วไป ควรตรวจสอบความลึกของดอกยางเป็นประจำ และเปลี่ยนเมื่อความลึกเหลือต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร

  • เข็มขัดรัดยางบวมหรือปูด: นี่อาจบ่งบอกถึงความเสียหายภายในโครงสร้างยาง อาจเกิดจากการกระแทกอย่างแรง การบรรทุกหนักเกินไป หรือการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ยางที่มีเข็มขัดรัดบวม มีความเสี่ยงต่อการระเบิดสูง ควรเปลี่ยนทันที อย่าเสี่ยง!

  • รอยแตก รอยร้าว หรือบวมบริเวณข้างยาง: รอยแตกเล็กๆ บนข้างยางอาจดูไม่สำคัญ แต่ความจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพของยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด รอยร้าวเหล่านี้จะทำให้ยางมีความแข็ง และเสี่ยงต่อการเสียรูป หรือถึงขั้นระเบิดได้ หากพบรอยแตกหรือรอยร้าว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบสภาพยางอย่างละเอียด

  • ยางบวมจากการโดนสารเคมี: การสัมผัสกับน้ำมัน สารเคมี หรือสารกัดกร่อน สามารถทำให้ยางเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น สังเกตดูว่ายางมีรอยเปื่อยหรือบวมผิดปกติหรือไม่

อย่ารอจนกว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น การตรวจสอบสภาพยางเป็นประจำ และการเปลี่ยนยางเมื่อจำเป็น เป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและผู้โดยสารในรถ ไม่ว่ายางจะอายุแค่ 1 ปีหรือ 5 ปีก็ตาม หากพบสัญญาณผิดปกติ อย่าลังเลที่จะเปลี่ยนยางใหม่ เพราะความปลอดภัยบนท้องถนน นั้นสำคัญกว่าตัวเลขใดๆ

สรุป: อย่ามุ่งเน้นที่อายุยางเพียงอย่างเดียว แต่ให้ตรวจสอบสภาพยางอย่างละเอียดเป็นประจำ ด้วยการสังเกตสัญญาณที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และอุ่นใจได้ทุกเส้นทาง