ทำยังไงให้หายชา

14 การดู

บรรเทาอาการมือชาด้วยการบริหารมือเบาๆ เช่น กำ-แบมือ หมุนข้อมือตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา ประคบอุ่นหรือเย็นบริเวณที่ชา หากอาการไม่ดีขึ้นภายในสองสามวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

“ปลดล็อค” ความรู้สึก: คู่มือพิชิตอาการมือชาฉบับง่าย ทำได้เองที่บ้าน

อาการมือชา เป็นความรู้สึกไม่พึงประสงค์ที่ใครหลายคนต้องเคยเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นอาการซ่าๆ เหมือนมีอะไรไต่ หรือความรู้สึกเหมือนมือเป็นเหน็บ บางครั้งอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่หลังจากตื่นนอน หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่ การทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีรับมือกับอาการนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถ “ปลดล็อค” ความรู้สึกกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มือชา…สัญญาณเตือนจากร่างกาย

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีบรรเทาอาการมือชา ลองมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนี้ขึ้น สาเหตุของอาการมือชานั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่ปัจจัยที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ไปจนถึงโรคประจำตัวบางชนิด:

  • การกดทับเส้นประสาท: การนั่งหรือนอนในท่าเดิมเป็นเวลานาน หรือการใช้ข้อมือซ้ำๆ ในการทำงาน เช่น พิมพ์งาน เล่นเกม อาจทำให้เส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ ส่งผลให้เกิดอาการชา
  • การไหลเวียนโลหิตไม่ดี: การไหลเวียนโลหิตที่ไม่ดี โดยเฉพาะในบริเวณมือและแขน อาจเกิดจากความเย็น การสูบบุหรี่ หรือโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน
  • ภาวะขาดวิตามิน: การขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินบี 12 อาจส่งผลต่อระบบประสาทและทำให้เกิดอาการชา
  • โรคประจำตัว: โรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง อาจส่งผลให้เกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า

“ปลดล็อค” ความรู้สึก: วิธีบรรเทามือชาด้วยตัวเอง

เมื่อรู้สาเหตุเบื้องต้นแล้ว เราก็มาดูวิธีบรรเทาอาการมือชาด้วยตัวเองง่ายๆ ที่บ้านกัน:

  1. บริหารมือเบาๆ: การบริหารมือเป็นวิธีที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและคลายการกดทับของเส้นประสาทได้เป็นอย่างดี ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
    • กำ-แบมือ: กำมือให้แน่น แล้วค่อยๆ แบมือออก ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง
    • หมุนข้อมือ: หมุนข้อมือตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มนาฬิกา ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง
    • ยืดนิ้ว: เหยียดนิ้วแต่ละนิ้วออกให้สุด แล้วค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง
  2. ประคบอุ่นหรือเย็น: การประคบอุ่นจะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ในขณะที่การประคบเย็นจะช่วยลดอาการอักเสบและบวม เลือกวิธีที่รู้สึกสบายที่สุดสำหรับคุณ
  3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: หากอาการมือชาเกิดจากการนั่งหรือนอนในท่าเดิมเป็นเวลานาน ลองปรับเปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ หรือลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง หากเกิดจากการใช้ข้อมือซ้ำๆ ลองพักมือเป็นระยะๆ
  4. นวดคลายเส้น: การนวดเบาๆ บริเวณมือ แขน และไหล่ จะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึง และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์?

แม้ว่าอาการมือชาส่วนใหญ่มักจะหายได้เอง แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น:

  • อาการชามากขึ้นเรื่อยๆ หรือลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
  • มีอาการอ่อนแรงของมือหรือแขน
  • มีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงที่คอ
  • มีปัญหาในการควบคุมการขับถ่าย

ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ข้อควรจำ: ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับอาการมือชา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณ “ปลดล็อค” ความรู้สึกจากอาการมือชาได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ!