ฉันจะบันทึกงานเป็น PDF ในโทรศัพท์ได้อย่างไร

12 การดู

สร้างไฟล์ PDF จากเอกสารหรือรูปภาพในโทรศัพท์ Android ง่ายนิดเดียว! เพียงเปิดไฟล์ที่ต้องการในแอปพลิเคชันที่รองรับการพิมพ์ เลือก พิมพ์ จากนั้นเลือก บันทึกเป็น PDF จากเมนูตัวเลือก กำหนดตำแหน่งจัดเก็บ แล้วกด บันทึก เท่านี้ก็ได้ไฟล์ PDF พร้อมใช้งานแล้ว

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เปลี่ยนโทรศัพท์เป็นเครื่องสร้าง PDF: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับ Android และ iOS

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเคลื่อนที่เร็ว การมีเครื่องมือที่ช่วยให้เราจัดการเอกสารได้อย่างง่ายดายเป็นสิ่งสำคัญ โทรศัพท์มือถือไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสื่อสาร แต่ยังเป็นเครื่องมือทำงานสารพัดประโยชน์ที่สามารถสร้างไฟล์ PDF ได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้จะเจาะลึกวิธีการบันทึกงานเป็น PDF บนโทรศัพท์ ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS พร้อมเคล็ดลับเพิ่มเติมที่จะช่วยให้คุณสร้างไฟล์ PDF ได้อย่างมืออาชีพ

สำหรับผู้ใช้ Android: พิมพ์ (Print) คือกุญแจสำคัญ

วิธีที่ง่ายที่สุดในการบันทึกเอกสารหรือรูปภาพเป็น PDF บน Android คือการใช้ฟังก์ชัน “พิมพ์” ที่มีอยู่ในระบบ โดยทั่วไปแล้ว แทบทุกแอปพลิเคชันที่สามารถแสดงเอกสารหรือรูปภาพได้ จะมีตัวเลือกในการพิมพ์

ขั้นตอนการสร้าง PDF บน Android:

  1. เปิดไฟล์ที่ต้องการ: เปิดเอกสาร รูปภาพ หรือหน้าเว็บที่คุณต้องการแปลงเป็น PDF ในแอปพลิเคชันที่เหมาะสม (เช่น Google Docs, Gallery, Chrome)
  2. ค้นหาตัวเลือก “พิมพ์”: มองหาไอคอนสามจุด (⋮) หรือเมนูที่แสดงตัวเลือกเพิ่มเติม โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณจะพบตัวเลือก “พิมพ์” (Print) อยู่ในนั้น
  3. เลือก “บันทึกเป็น PDF”: ในหน้าต่างการพิมพ์ ให้มองหาตัวเลือก “บันทึกเป็น PDF” (Save as PDF) หรือ “Microsoft Print to PDF” (อาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของโทรศัพท์)
  4. ปรับแต่ง (ถ้าต้องการ): ก่อนบันทึก คุณอาจสามารถปรับแต่งการตั้งค่า เช่น ขนาดกระดาษ การวางแนวหน้ากระดาษ หรือจำนวนสำเนา
  5. บันทึกไฟล์: เลือกตำแหน่งที่คุณต้องการบันทึกไฟล์ PDF และตั้งชื่อไฟล์ จากนั้นกด “บันทึก” (Save) หรือ “ตกลง” (OK)

สำหรับผู้ใช้ iOS: แชร์สู่ไฟล์ (Share to Files) คือทางออก

ระบบปฏิบัติการ iOS ก็มีวิธีการสร้าง PDF ที่ง่ายดายเช่นกัน โดยใช้ฟังก์ชันการแชร์ไฟล์

ขั้นตอนการสร้าง PDF บน iOS:

  1. เปิดไฟล์ที่ต้องการ: เปิดเอกสาร รูปภาพ หรือหน้าเว็บที่คุณต้องการแปลงเป็น PDF ในแอปพลิเคชันที่เหมาะสม (เช่น Pages, Photos, Safari)
  2. แตะไอคอน “แชร์”: มองหาไอคอนสี่เหลี่ยมที่มีลูกศรชี้ขึ้น (⇱) ซึ่งเป็นไอคอน “แชร์”
  3. เลือก “พิมพ์” (Print): เลื่อนลงมาในเมนูแชร์ แล้วเลือก “พิมพ์” (Print)
  4. ใช้ท่าทาง Pinch to Zoom: ในหน้าต่างการพิมพ์ ให้ใช้สองนิ้ว (Thumb และ Index finger) บีบ (Pinch) รูปตัวอย่างของเอกสารเข้าหากัน การทำเช่นนี้จะเปลี่ยนหน้าต่างการพิมพ์เป็นหน้าแสดงผล PDF
  5. แตะที่ไอคอน “แชร์” อีกครั้ง: เมื่ออยู่ในหน้าแสดงผล PDF ให้แตะที่ไอคอน “แชร์” อีกครั้ง
  6. เลือก “บันทึกลงในไฟล์” (Save to Files): เลือก “บันทึกลงในไฟล์” (Save to Files) หรือเลือกแอปพลิเคชันอื่นที่คุณต้องการใช้เพื่อบันทึกไฟล์ PDF (เช่น Google Drive, Dropbox)
  7. เลือกตำแหน่งจัดเก็บและบันทึก: เลือกตำแหน่งที่คุณต้องการบันทึกไฟล์ PDF และตั้งชื่อไฟล์ จากนั้นกด “บันทึก” (Save)

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อการสร้าง PDF ที่ดีกว่า:

  • ใช้แอปพลิเคชันสร้าง PDF เฉพาะ: มีแอปพลิเคชันมากมายที่ออกแบบมาเพื่อสร้างและจัดการ PDF โดยเฉพาะ เช่น Adobe Acrobat Reader, iLovePDF, Smallpdf แอปพลิเคชันเหล่านี้มักมีฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น การแก้ไข การผสาน และการป้องกันไฟล์ PDF ด้วยรหัสผ่าน
  • สแกนเอกสารเป็น PDF: หากคุณต้องการแปลงเอกสารที่เป็นกระดาษเป็น PDF คุณสามารถใช้แอปพลิเคชันสแกนเอกสารได้ แอปพลิเคชันเหล่านี้จะใช้กล้องของโทรศัพท์เพื่อสแกนเอกสารและบันทึกเป็นไฟล์ PDF ตัวอย่างเช่น Adobe Scan, Microsoft Lens
  • ปรับขนาดไฟล์ PDF: ไฟล์ PDF ที่มีขนาดใหญ่อาจทำให้การแชร์และการอัปโหลดเป็นเรื่องยาก ลองใช้เครื่องมือบีบอัดไฟล์ PDF เพื่อลดขนาดไฟล์ โดยไม่สูญเสียคุณภาพมากนัก มีเครื่องมือออนไลน์และแอปพลิเคชันมากมายที่สามารถช่วยคุณบีบอัดไฟล์ PDF ได้
  • พิจารณาความละเอียด: ก่อนบันทึกเป็น PDF ให้ตรวจสอบการตั้งค่าความละเอียด หากคุณต้องการไฟล์ PDF ที่มีขนาดเล็ก ให้ลดความละเอียดลง แต่หากคุณต้องการไฟล์ PDF ที่มีคุณภาพสูง ให้เพิ่มความละเอียดขึ้น

การสร้าง PDF บนโทรศัพท์เป็นเรื่องง่ายและสะดวก เพียงแค่คุณรู้จักวิธีการที่ถูกต้อง คุณก็สามารถแปลงเอกสาร รูปภาพ หรือหน้าเว็บเป็น PDF ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะใช้ Android หรือ iOS หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณจัดการเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น