ถังขยะใน Google Drive อยู่ตรงไหน

11 การดู
ถังขยะใน Google Drive อยู่ในเมนูเว็บ เมื่อคุณลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ ไฟล์หรือโฟลเดอร์นั้นจะถูกย้ายไปยังถังขยะ แทนที่จะถูกลบออกอย่างถาวร คุณสามารถกู้คืนไฟล์หรือโฟลเดอร์จากถังขยะได้ภายใน 30 วันหลังจากที่ถูกลบ
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ค้นหาขุมทรัพย์ที่ถูกทิ้ง: ตามหาถังขยะใน Google Drive

Google Drive บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ยอดนิยม เปรียบเสมือนห้องสมุดดิจิทัลส่วนตัวที่เก็บรวบรวมเอกสารสำคัญ รูปภาพทรงคุณค่า หรือแม้กระทั่งไฟล์งานที่ต้องใช้เป็นประจำ แต่บางครั้งความผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้ เราอาจเผลอลบไฟล์สำคัญไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เกิดความกังวลใจว่าข้อมูลนั้นหายไปอย่างถาวร แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะ Google Drive มี ถังขยะ ซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นที่พักพิงสุดท้ายของไฟล์ที่ถูกลบ ก่อนที่จะถูกลบทิ้งอย่างถาวร

ถังขยะอยู่ที่ไหนใน Google Drive?

การตามหาถังขยะใน Google Drive นั้นง่ายดายยิ่งกว่าที่คุณคิด ไม่ว่าจะใช้งานบนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ หรือผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ถังขยะจะอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่าย

  • บนเว็บไซต์: เมื่อคุณเข้าใช้งาน Google Drive ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (เช่น Chrome, Firefox, Safari) คุณจะพบกับเมนูทางด้านซ้ายมือของหน้าจอ เลื่อนลงมาเล็กน้อยก็จะเห็นตัวเลือกที่มีชื่อว่า ถังขยะ (Trash) เพียงคลิกเข้าไป คุณก็จะพบกับรายการไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งหมดที่คุณเคยลบ
  • บนแอปพลิเคชันมือถือ: สำหรับผู้ที่ใช้งาน Google Drive บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android หรือ iOS วิธีการค้นหาถังขยะก็คล้ายคลึงกัน เปิดแอปพลิเคชัน Google Drive ขึ้นมา มองหาไอคอนเมนู (มักจะเป็นขีดสามขีดเรียงกัน) แตะที่ไอคอนนั้น แล้วเลือก ถังขยะ (Trash) จากรายการที่ปรากฏขึ้น

ถังขยะ: สถานที่พักพิงชั่วคราวก่อนการลาจาก

เมื่อคุณลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ใน Google Drive แทนที่จะถูกลบออกไปอย่างถาวร ไฟล์เหล่านั้นจะถูกส่งไปยังถังขยะก่อน เปรียบเสมือนการพักโทษชั่วคราว เพื่อให้คุณมีโอกาสทบทวนและกู้คืนข้อมูลที่อาจลบผิดไป

กู้คืนชีวิตให้กับไฟล์ที่ถูกลบ: โอกาสครั้งที่สอง

สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ ไฟล์ที่อยู่ในถังขยะไม่ได้ถูกลบอย่างถาวรทันที Google Drive จะเก็บไฟล์เหล่านั้นไว้ในถังขยะเป็นระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่ถูกลบ หากคุณต้องการกู้คืนไฟล์ใด ๆ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงเข้าไปที่ถังขยะ ค้นหาไฟล์ที่ต้องการ แล้วเลือก กู้คืน (Restore) ไฟล์นั้นก็จะกลับไปยังตำแหน่งเดิมที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้

ระวัง: เส้นตาย 30 วันและจุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ระยะเวลา 30 วันเป็นเหมือนเส้นตาย หากปล่อยทิ้งไว้จนเกินกำหนด ไฟล์ที่อยู่ในถังขยะจะถูกลบอย่างถาวร และไม่สามารถกู้คืนได้อีกต่อไป ดังนั้น หากคุณเผลอลบไฟล์สำคัญไป ควรรีบตรวจสอบถังขยะและกู้คืนโดยเร็ว เพื่อป้องกันการสูญเสียข้อมูลอย่างถาวร

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

  • ล้างถังขยะ: หากคุณต้องการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลใน Google Drive สามารถล้างถังขยะได้ โดยเลือก ล้างถังขยะ (Empty Trash) แต่โปรดระลึกเสมอว่าการล้างถังขยะจะเป็นการลบไฟล์ทั้งหมดอย่างถาวร
  • การลบอย่างถาวร: หากคุณต้องการลบไฟล์อย่างถาวรโดยไม่ส่งไปยังถังขยะ สามารถทำได้โดยการเลือกไฟล์นั้น ๆ แล้วกด Shift + Delete (บน Windows) หรือ Command + Delete (บน Mac) แต่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะการลบด้วยวิธีนี้จะไม่สามารถกู้คืนไฟล์ได้อีก
  • ตรวจสอบเป็นประจำ: การตรวจสอบถังขยะเป็นประจำจะช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสในการกู้คืนไฟล์ที่อาจเผลอลบไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

Google Drive เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการจัดเก็บและจัดการข้อมูล แต่การทำความเข้าใจวิธีการทำงานของถังขยะ และการกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบ จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัย และสามารถกู้คืนได้เสมอเมื่อเกิดข้อผิดพลาด