โทรศัพท์มีแสงยูวีไหม

15 การดู

แสงจากหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตหลายรุ่นอาจปล่อยแสงสีน้ำเงินที่มีพลังงานสูง แม้จะไม่ใช่รังสี UV โดยตรง แต่ก็สามารถส่งผลเสียต่อดวงตาได้ ทำให้เกิดอาการตาแห้ง ปวดตา หรือระคายเคือง การใช้ฟิล์มกันแสงสีน้ำเงินหรือพักสายตาบ่อยๆ จึงเป็นวิธีการลดผลกระทบเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

โทรศัพท์มือถือปล่อยรังสี UV หรือไม่? คำตอบสั้นๆ คือ “แทบจะไม่” แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น

บทความต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตมักกล่าวถึงอันตรายจากแสงสีน้ำเงินที่ปล่อยออกมาจากหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งเป็นความจริง แต่หลายคนเข้าใจผิดว่าแสงสีน้ำเงินคือรังสี UV ความจริงแล้วทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่ตามองเห็น มีความสามารถในการทะลุทะลวงสูงและเป็นอันตรายต่อผิวหนังและดวงตา ทำให้เกิดการไหม้เกรียม ริ้วรอยก่อนวัย และโรคมะเร็งผิวหนัง ในขณะที่แสงสีน้ำเงิน เป็นส่วนหนึ่งของสเปกตรัมแสงที่ตามองเห็น มีความยาวคลื่นยาวกว่ารังสี UV แต่ก็ยังมีความเข้มข้นของพลังงานสูงพอที่จะส่งผลกระทบต่อดวงตาได้

หน้าจอของโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยี LED หรือ OLED ซึ่งปล่อยแสงสีน้ำเงิน แต่ไม่ใช่รังสี UV ปริมาณแสง UV ที่ปล่อยออกมาจากอุปกรณ์เหล่านี้มีน้อยมาก แทบจะวัดไม่ได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัญหาหลักจึงไม่ได้อยู่ที่รังสี UV แต่เป็นแสงสีน้ำเงินที่มีพลังงานสูงนั่นเอง

แสงสีน้ำเงินจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ตาแห้ง ปวดตา เมื่อยล้าของดวงตา และรบกวนการนอนหลับ เนื่องจากแสงสีน้ำเงินไปกระตุ้นการหลั่งเมลาโทนิน ฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ซึ่งส่งผลให้หลับยากขึ้น ตื่นกลางดึก และนอนไม่หลับ

ดังนั้น แทนที่จะกังวลเกี่ยวกับรังสี UV เราควรให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบจากแสงสีน้ำเงิน วิธีการต่างๆ ได้แก่ การใช้ฟิล์มกรองแสงสีน้ำเงิน การปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม การพักสายตาเป็นระยะๆ เช่น ใช้กฎ 20-20-20 (มองออกไปไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที ทุกๆ 20 นาที) และการใช้โหมดกลางคืน (Night Mode) ซึ่งจะลดปริมาณแสงสีน้ำเงินที่ปล่อยออกมาจากหน้าจอ

สรุป โทรศัพท์มือถือแทบจะไม่ปล่อยรังสี UV แต่แสงสีน้ำเงินจากหน้าจอเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ และการดูแลสุขภาพดวงตาอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็นในยุคดิจิทัลเช่นนี้