IPhone รีเซ็ตเครื่องยังไง

22 การดู

กู้คืนการตั้งค่า iPhone ได้ง่ายๆ! เข้า การตั้งค่า เลือก ทั่วไป แตะ ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone แล้วเลือกตัวเลือกการรีเซ็ตที่ต้องการ มีตั้งแต่รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายจนถึงลบข้อมูลทั้งหมด เลือกอย่างระมัดระวัง!

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ไขข้อข้องใจ: รีเซ็ต iPhone อย่างไรให้ตรงจุด ตอบทุกความต้องการ ไม่ต้องง้อช่าง!

iPhone ของคุณเริ่มมีอาการแปลกๆ? แอปพลิเคชันค้างบ่อย? หรืออยากจะเริ่มต้นใหม่เหมือนตอนซื้อเครื่องมา? หนึ่งในวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผล และหลายคนเลือกใช้คือการ “รีเซ็ต” iPhone แต่การรีเซ็ตมีหลายแบบ แต่ละแบบก็มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป การเลือกวิธีรีเซ็ตที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้คุณต้องเสียเวลา หรือถึงขั้นทำให้ข้อมูลสำคัญสูญหายได้

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจวิธีการรีเซ็ต iPhone แบบต่างๆ พร้อมทั้งอธิบายความแตกต่าง และแนะนำวิธีเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ เพื่อให้คุณสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และมั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัย

ทำไมต้องรีเซ็ต iPhone?

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการรีเซ็ต iPhone เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมเราถึงต้องรีเซ็ตเครื่อง มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้ใช้ iPhone ตัดสินใจรีเซ็ตเครื่อง เช่น:

  • แก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์: อาการค้าง, แอปพลิเคชันทำงานผิดปกติ, แบตเตอรี่หมดเร็ว, หรือปัญหาการเชื่อมต่อต่างๆ
  • ล้างข้อมูลส่วนตัว: ก่อนขาย, ให้ หรือยก iPhone ให้ผู้อื่น
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: เมื่อ iPhone เริ่มทำงานช้าลง หรือมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไม่เพียงพอ
  • เริ่มต้นใหม่: เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ หรือเริ่มต้นการใช้งาน iPhone เหมือนตอนเพิ่งซื้อมา

รู้จักประเภทของการรีเซ็ต iPhone

iPhone มีตัวเลือกการรีเซ็ตหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบจะส่งผลต่อข้อมูลและการตั้งค่าของคุณแตกต่างกันไป มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:

  1. รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด (Reset All Settings): การรีเซ็ตแบบนี้จะคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมดใน iPhone ของคุณกลับไปยังค่าเริ่มต้นจากโรงงาน โดยจะไม่ลบข้อมูลส่วนตัว เช่น รูปภาพ, วิดีโอ, แอปพลิเคชัน, หรือเพลง แต่จะรีเซ็ตการตั้งค่า Wi-Fi, รหัสผ่าน, การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว, การตั้งค่าแป้นพิมพ์, และการตั้งค่าอื่นๆ ที่คุณเคยปรับแต่งไว้

    • เหมาะสำหรับ: แก้ปัญหาที่เกิดจากการตั้งค่าที่ผิดพลาด หรือเมื่อคุณต้องการคืนค่าการตั้งค่ากลับไปยังค่าเริ่มต้นโดยไม่ต้องการลบข้อมูล
    • ข้อควรระวัง: ต้องจำรหัสผ่าน Wi-Fi และ Apple ID เพื่อกลับเข้าสู่ระบบ
  2. รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย (Reset Network Settings): การรีเซ็ตแบบนี้จะลบการตั้งค่าเครือข่ายทั้งหมด เช่น รหัสผ่าน Wi-Fi, การตั้งค่า VPN, และการตั้งค่าเครือข่ายมือถือ

    • เหมาะสำหรับ: แก้ปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือเครือข่ายมือถือ เช่น เชื่อมต่อไม่ได้, สัญญาณอ่อน, หรืออินเทอร์เน็ตช้า
    • ข้อควรระวัง: คุณจะต้องใส่รหัสผ่าน Wi-Fi อีกครั้งหลังจากรีเซ็ต
  3. รีเซ็ตพจนานุกรมแป้นพิมพ์ (Reset Keyboard Dictionary): การรีเซ็ตแบบนี้จะลบคำศัพท์ที่คุณเคยเพิ่มเข้าไปในพจนานุกรมแป้นพิมพ์

    • เหมาะสำหรับ: แก้ปัญหาการพิมพ์ผิดพลาดที่เกิดจากคำศัพท์ที่ไม่ถูกต้องในพจนานุกรม
    • ข้อควรระวัง: คำศัพท์ที่คุณเพิ่มเข้าไปจะถูกลบทั้งหมด
  4. รีเซ็ตเค้าโครงหน้าจอโฮม (Reset Home Screen Layout): การรีเซ็ตแบบนี้จะคืนค่าเค้าโครงหน้าจอโฮมกลับไปยังค่าเริ่มต้นจากโรงงาน โดยจะจัดเรียงแอปพลิเคชันเริ่มต้นของ Apple ในหน้าแรก และแอปพลิเคชันอื่นๆ จะถูกจัดเรียงตามตัวอักษร

    • เหมาะสำหรับ: เมื่อคุณต้องการจัดระเบียบหน้าจอโฮมใหม่ หรือต้องการคืนค่าเค้าโครงเดิม
    • ข้อควรระวัง: เค้าโครงหน้าจอที่คุณเคยจัดเรียงไว้จะหายไป
  5. รีเซ็ตตำแหน่งที่ตั้งและความเป็นส่วนตัว (Reset Location & Privacy): การรีเซ็ตแบบนี้จะรีเซ็ตการอนุญาตตำแหน่งที่ตั้งและความเป็นส่วนตัวที่คุณเคยให้ไว้กับแอปพลิเคชันต่างๆ

    • เหมาะสำหรับ: เมื่อคุณต้องการตรวจสอบและแก้ไขการอนุญาตตำแหน่งที่ตั้งและความเป็นส่วนตัว
    • ข้อควรระวัง: คุณจะต้องให้สิทธิ์การเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งและความเป็นส่วนตัวอีกครั้งให้กับแอปพลิเคชันต่างๆ
  6. ลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมด (Erase All Content and Settings): การรีเซ็ตแบบนี้จะลบข้อมูลทั้งหมดใน iPhone ของคุณ รวมถึงรูปภาพ, วิดีโอ, แอปพลิเคชัน, เพลง, รายชื่อติดต่อ, และการตั้งค่าต่างๆ และคืนค่า iPhone กลับไปยังสถานะเหมือนตอนซื้อเครื่องมา

    • เหมาะสำหรับ: ก่อนขาย, ให้ หรือยก iPhone ให้ผู้อื่น หรือเมื่อคุณต้องการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
    • ข้อควรระวัง: ข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบ ดังนั้นควรสำรองข้อมูลก่อนทำการรีเซ็ต

ขั้นตอนการรีเซ็ต iPhone

  1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
  2. เลือก ทั่วไป (General)
  3. เลื่อนลงมาด้านล่างแล้วเลือก ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone (Transfer or Reset iPhone)
  4. เลือก รีเซ็ต (Reset)
  5. เลือกประเภทของการรีเซ็ตที่คุณต้องการ

คำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการรีเซ็ต:

  • สำรองข้อมูล: สำคัญที่สุด! ก่อนทำการรีเซ็ตใดๆ ควรสำรองข้อมูล iPhone ของคุณก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลสำคัญ คุณสามารถสำรองข้อมูลได้โดยใช้ iCloud หรือ iTunes (หรือ Finder ใน macOS Catalina และใหม่กว่า)
  • ชาร์จแบตเตอรี่: ตรวจสอบให้แน่ใจว่า iPhone ของคุณมีแบตเตอรี่เพียงพอ (อย่างน้อย 50%) ก่อนทำการรีเซ็ต
  • ปิด Find My iPhone: หากคุณกำลังจะลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมด ควรปิด Find My iPhone ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเปิดใช้งานเครื่องในภายหลัง

สรุป

การรีเซ็ต iPhone เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการแก้ปัญหาต่างๆ และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง แต่การเลือกประเภทของการรีเซ็ตที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการรีเซ็ต iPhone แต่ละแบบ และสามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และมั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัยเสมอ