YAG Laser มีกี่ประเภท

7 การดู

เลเซอร์ YAG แบ่งเป็นสองประเภทหลักตามระยะเวลาการปล่อยพลังงาน: Q-switch YAG ที่ปล่อยพลังงานแบบพัลส์สั้นๆ ทำให้เกิดการสะเก็ดและลอกผิว เหมาะสำหรับรักษาจุดด่างดำต่างๆ เช่น ฝ้า กระ และไฝ ส่วน Long pulse YAG ปล่อยพลังงานแบบพัลส์ยาว ไม่ทำให้เกิดสะเก็ด ใช้รักษาปัญหาผิวอื่นๆ เช่น รอยแดง และเส้นเลือดฝอย การเลือกชนิดเลเซอร์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เลเซอร์ YAG: เจาะลึก 2 ประเภทหลัก เพื่อผิวสวยตรงจุด

เลเซอร์ YAG (Yttrium Aluminum Garnet) เป็นเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการความงาม ด้วยคุณสมบัติที่สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย หัวใจสำคัญของการเลือกใช้เลเซอร์ YAG ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อยู่ที่การเข้าใจความแตกต่างของเลเซอร์แต่ละประเภท ซึ่งหลักๆ แล้ว เลเซอร์ YAG แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามระยะเวลาการปล่อยพลังงาน ได้แก่ Q-switched YAG และ Long pulsed YAG

1. Q-switched YAG: เลเซอร์พลังแรง จัดการจุดด่างดำ

Q-switched YAG ปล่อยพลังงานออกมาในช่วงเวลาสั้นๆ แบบพัลส์ (nanoseconds) เปรียบเสมือนการระเบิดพลังงานอย่างรวดเร็วและแม่นยำ พลังงานที่เข้มข้นนี้จะถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการแตกตัวและถูกกำจัดออกจากร่างกาย กระบวนการนี้ส่งผลให้เกิดการสะเก็ดและลอกผิว ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ Q-switched YAG จึงเหมาะสำหรับการรักษาปัญหาสีผิวต่างๆ เช่น

  • ฝ้า: ลดเลือนความหมองคล้ำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอจากฝ้า
  • กระ: กำจัดจุดด่างดำขนาดเล็กและกระลึก
  • รอยดำจากสิว: ช่วยให้รอยดำจางลง เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส
  • ไฝ: กำจัดไฝบางประเภท แต่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับการรักษา
  • การสัก: ลบรอยสักหลากสี โดยเฉพาะสีดำและสีน้ำเงิน

2. Long pulsed YAG: เลเซอร์อ่อนโยน ฟื้นฟูผิวอย่างปลอดภัย

Long pulsed YAG ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาที่ยาวกว่า (milliseconds) แบบค่อยเป็นค่อยไป จึงมีความอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า และไม่ทำให้เกิดการสะเก็ด พลังงานจากเลเซอร์ชนิดนี้จะเน้นไปที่การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดเลือนรอยแดง เหมาะสำหรับการรักษาปัญหาผิวดังนี้

  • รอยแดง: ลดรอยแดงจากสิว และรอยแดงจากการอักเสบต่างๆ
  • เส้นเลือดฝอย: ลดเลือนเส้นเลือดฝอยที่มองเห็นได้ชัดบนใบหน้า
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน: ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

สรุป: การเลือกใช้เลเซอร์ YAG ไม่ว่าจะเป็น Q-switched หรือ Long pulsed ควรอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสภาพผิว และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหา และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และความปลอดภัยสูงสุด