ทําไมอายุครรภ์ 7 สัปดาห์ ซาวด์ไม่เห็น

9 การดู

การอัลตราซาวด์เมื่ออายุครรภ์ 7 สัปดาห์แล้วไม่พบตัวอ่อน อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การนับอายุครรภ์ที่คลาดเคลื่อน หรือภาวะท้องลม ซึ่งคือการที่ถุงตั้งครรภ์พัฒนาแต่ไม่มีตัวอ่อน หากพบเพียงถุงตั้งครรภ์ แพทย์จะนัดติดตามอาการอีกครั้งเพื่อยืนยันผล

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ทำไมอายุครรภ์ 7 สัปดาห์แล้ว ซาวด์ถึงยังไม่เห็น? เรื่องที่คุณแม่ควรรู้ และสิ่งที่ต้องทำต่อไป

การรอคอยที่จะได้เห็นภาพลูกน้อยผ่านการอัลตราซาวด์เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับคุณแม่ทุกคน โดยเฉพาะเมื่อถึงช่วงอายุครรภ์ 7 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นหัวใจของลูกเต้นเป็นจังหวะ แต่หากการอัลตราซาวด์กลับไม่พบตัวอ่อน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจสร้างความกังวลและความสับสนอย่างมาก บทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัย และให้ข้อมูลที่จำเป็น เพื่อให้คุณแม่เข้าใจถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ และสิ่งที่ต้องทำต่อไป

สาเหตุที่เป็นไปได้เมื่ออัลตราซาวด์ตอน 7 สัปดาห์แล้วยังไม่เห็นตัวอ่อน

มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลให้การอัลตราซาวด์ในสัปดาห์ที่ 7 ยังไม่สามารถมองเห็นตัวอ่อนได้ชัดเจน ซึ่งแต่ละปัจจัยก็มีแนวทางการจัดการที่แตกต่างกันไป

  • การนับอายุครรภ์ที่คลาดเคลื่อน: ข้อผิดพลาดในการคำนวณอายุครรภ์ถือเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด อายุครรภ์มักคำนวณจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (Last Menstrual Period – LMP) แต่หากรอบเดือนของคุณไม่ปกติ หรือมีการตกไข่ที่คลาดเคลื่อนจากช่วงกลางรอบเดือน อายุครรภ์ที่แท้จริงอาจน้อยกว่าที่คำนวณไว้ เมื่ออายุครรภ์ยังไม่ถึง 7 สัปดาห์อย่างแท้จริง การมองเห็นตัวอ่อนจึงอาจยังไม่ชัดเจน
  • ภาวะท้องลม (Blighted Ovum): เป็นภาวะที่ถุงตั้งครรภ์พัฒนาขึ้น แต่ไม่มีตัวอ่อนเกิดขึ้นภายใน สาเหตุของภาวะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรมในช่วงต้นของการปฏิสนธิ การอัลตราซาวด์จะแสดงให้เห็นเพียงถุงตั้งครรภ์ที่ว่างเปล่า
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy): ในกรณีนี้ ตัวอ่อนฝังตัวอยู่นอกมดลูก ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ การอัลตราซาวด์อาจไม่พบตัวอ่อนในมดลูก แต่แพทย์อาจตรวจพบสัญญาณอื่น ๆ ที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • การแท้งคุกคาม (Threatened Miscarriage): หากมีเลือดออก หรืออาการปวดท้องร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการแท้งคุกคาม ซึ่งอาจส่งผลให้การมองเห็นตัวอ่อนในระหว่างการอัลตราซาวด์เป็นไปได้ยาก

สิ่งที่ต้องทำเมื่ออัลตราซาวด์ไม่พบตัวอ่อน

เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่อัลตราซาวด์ไม่พบตัวอ่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำและการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ โดยทั่วไป แพทย์จะดำเนินการดังนี้:

  • ซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับรอบเดือน ประวัติการตั้งครรภ์ และอาการที่เกิดขึ้น เพื่อประเมินความเสี่ยงและหาแนวทางการวินิจฉัยที่เหมาะสม
  • ตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมน hCG: ฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotropin) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตโดยรกหลังจากการปฏิสนธิ การตรวจวัดระดับฮอร์โมนนี้จะช่วยประเมินว่าการตั้งครรภ์ดำเนินไปตามปกติหรือไม่ และอาจมีการตรวจซ้ำเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน
  • นัดหมายเพื่อทำการอัลตราซาวด์ซ้ำ: โดยทั่วไป แพทย์จะนัดหมายเพื่อทำการอัลตราซาวด์ซ้ำในอีก 1-2 สัปดาห์ถัดไป เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ หากอายุครรภ์ที่แท้จริงน้อยกว่าที่คำนวณไว้ การอัลตราซาวด์ครั้งต่อไปอาจสามารถมองเห็นตัวอ่อนได้
  • พิจารณาการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม: ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น การตรวจภายใน หรือการส่องกล้องเพื่อตรวจดูมดลูกและท่อนำไข่

ความสำคัญของการดูแลจิตใจและร่างกาย

การเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ อาจสร้างความเครียดและความวิตกกังวลอย่างมาก การดูแลสุขภาพจิตใจและร่างกายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในช่วงเวลานี้

  • พูดคุยกับคนที่คุณไว้ใจ: การระบายความรู้สึกกับคนใกล้ชิด เช่น คู่สมรส ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท จะช่วยให้คุณรู้สึกได้รับการสนับสนุนและคลายความกังวล
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณฟื้นตัว
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยบำรุงร่างกายและเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงความเครียด: พยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด และหากิจกรรมที่ช่วยให้คุณผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ การอ่านหนังสือ หรือการฟังเพลง
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต: หากคุณรู้สึกว่าความเครียดและความวิตกกังวลส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจเป็นทางเลือกที่ดี

ข้อสรุป

การอัลตราซาวด์เมื่ออายุครรภ์ 7 สัปดาห์แล้วไม่พบตัวอ่อน อาจเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่ามีหลายปัจจัยที่เป็นไปได้ และยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผล การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม และการดูแลสุขภาพจิตใจและร่างกาย จะช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกท่านค่ะ