ลาคลอดได้กี่วัน 180 วัน

9 การดู

ข้อเสนอของเครือข่ายฯ:

ขอให้สำนักงานประกันสังคมสนับสนุนการขยายสิทธิลาคลอดจาก 98 วันเป็น 180 วัน และเพิ่มเงินชดเชยการลาคลอดจาก 50% ของค่าจ้าง 45 วันเป็น 100% ของค่าจ้าง 180 วัน ครอบคลุมถึงผู้ประกันตนทุกเพศสภาพที่หยุดงานเลี้ยงลูก

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

สู่สังคมที่เข้าใจและสนับสนุน: ข้อเสนอขยายสิทธิลาคลอด 180 วัน และเงินชดเชยเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

การต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ครอบครัว ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและเปี่ยมสุข แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำหนดสิทธิลาคลอดไว้ที่ 98 วัน ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูร่างกายของคุณแม่ การสร้างสายสัมพันธ์กับลูกน้อย และการปรับตัวเข้าสู่บทบาทใหม่ได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายภาคประชาสังคมจึงได้เสนอแนวทางที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม นั่นคือ การขยายสิทธิลาคลอดจาก 98 วันเป็น 180 วัน และเพิ่มเงินชดเชยการลาคลอดจาก 50% ของค่าจ้าง 45 วันเป็น 100% ของค่าจ้าง 180 วัน

ข้อเสนอนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มสิทธิประโยชน์ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของชาติ ด้วยเหตุผลดังนี้:

  • สุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นของคุณแม่: ระยะเวลาลาคลอดที่ยาวนานขึ้น ช่วยให้คุณแม่มีเวลาพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และปรับสมดุลทางอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ ลดความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าหลังคลอด และส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว
  • สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแม่และลูก: 180 วันแรกของชีวิตลูกน้อย คือช่วงเวลาที่สำคัญต่อพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ การที่แม่ได้อยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด จะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และส่งผลดีต่อพัฒนาการในทุกด้านของลูก
  • เพิ่มโอกาสในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การลาคลอดที่ยาวนานขึ้น ช่วยให้คุณแม่มีเวลาในการเรียนรู้และฝึกฝนการให้นมลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งแม่และลูกในระยะยาว
  • ความเท่าเทียมทางเพศและสภาพ: ข้อเสนอครอบคลุมถึงผู้ประกันตนทุกเพศสภาพที่หยุดงานเลี้ยงลูก นับเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมและความหลากหลายในสังคม ทำให้ทุกคนมีสิทธิในการดูแลบุตรอย่างเต็มที่

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของสำนักงานประกันสังคม แต่ผลประโยชน์ที่จะได้รับในระยะยาวนั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง สังคมที่เข้าใจและสนับสนุนการมีบุตร จะช่วยเพิ่มอัตราการเกิด ลดปัญหาโครงสร้างประชากร และสร้างสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะก้าวข้ามกรอบความคิดเดิมๆ และหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิด การขยายสิทธิลาคลอดและเพิ่มเงินชดเชย เป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่สังคมที่แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น