พหูพจน์ เติม S ไหม
คำตอบเดิมไม่เพียงพอ ควรอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่ไม่ปกติ เช่น กริยาไม่เป็นไปตามกฎทั่วไป ลองดูตัวอย่างนี้: การเติม s ที่กริยาขึ้นกับประธาน โดยทั่วไปเอกพจน์เติม s แต่มีข้อยกเว้น เช่น กริยา to be และกริยาไม่ปกติบางคำ เช่น go กลายเป็น goes แต่ come เป็น came ไม่ใช่ comes
“S” ที่ท้ายคำ: มากกว่าแค่การบอกว่ามีหลายสิ่ง
การเติม “s” ท้ายคำในภาษาอังกฤษ ดูเหมือนจะเป็นกฎง่ายๆ ที่ใช้บอกว่าคำนั้นเป็นพหูพจน์หรือมีมากกว่าหนึ่ง แต่ความจริงแล้ว “s” ตัวนี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่เราคิด และไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำให้คำนามเป็นพหูพจน์เท่านั้น
“s” กับคำนาม: กฎเหล็กที่พลิกผันได้
โดยทั่วไปแล้ว การเติม “s” ท้ายคำนามทำให้คำนั้นกลายเป็นพหูพจน์ เช่น “cat” กลายเป็น “cats” หรือ “book” กลายเป็น “books” แต่ก็มีข้อยกเว้นที่ทำให้เราต้องระมัดระวัง:
- คำนามที่เปลี่ยนรูปไปเลย: บางคำนามมีการเปลี่ยนแปลงรูปไปเลยเมื่อกลายเป็นพหูพจน์ เช่น “man” กลายเป็น “men” หรือ “child” กลายเป็น “children”
- คำนามที่รูปเอกพจน์และพหูพจน์เหมือนกัน: คำนามบางคำมีรูปเหมือนกันทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ เช่น “sheep” หรือ “deer” เราต้องสังเกตบริบทของประโยคเพื่อทราบว่าคำนั้นหมายถึงหนึ่งตัวหรือหลายตัว
- คำนามนับไม่ได้: คำนามบางประเภทนับไม่ได้ (uncountable nouns) เช่น “water” หรือ “information” โดยทั่วไปจะไม่เติม “s” เพื่อทำให้เป็นพหูพจน์ เรามักใช้หน่วยวัดหรือวลีอื่น ๆ เพื่อระบุปริมาณ เช่น “a glass of water” หรือ “a piece of information”
“s” กับคำกริยา: ความสัมพันธ์กับประธาน
นอกจากคำนามแล้ว “s” ยังมีความสำคัญกับคำกริยาอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน present simple tense (ปัจจุบันกาลธรรมดา) การเติม “s” ที่ท้ายคำกริยาไม่ได้หมายความว่ามีหลายกริยา แต่เป็นการแสดงความสอดคล้องกับประธาน:
- ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3: ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 (he, she, it) เราจะเติม “s” หรือ “es” ที่ท้ายคำกริยา เช่น “He eats” หรือ “She goes”
- ประธานพหูพจน์หรือประธานที่ไม่ใช่เอกพจน์บุรุษที่ 3: ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ หรือเป็น “I,” “you,” “we,” หรือ “they” เราจะไม่เติม “s” ที่ท้ายคำกริยา เช่น “They eat” หรือ “We go”
ข้อยกเว้นที่ต้องจำ:
ถึงแม้จะมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน แต่ก็มีข้อยกเว้นที่ต้องจดจำ:
- Verb “to be”: คำกริยา “to be” มีรูปแบบผันแปรที่แตกต่างกันไปตามประธาน เช่น “I am,” “He is,” “They are”
- กริยาช่วย (Auxiliary verbs): กริยาช่วย เช่น “can,” “will,” “should” จะไม่เติม “s” ไม่ว่าประธานจะเป็นอะไรก็ตาม
- กริยาที่ไม่ปกติ: กริยาบางคำมีการเปลี่ยนแปลงรูปที่แตกต่างไปจากกฎทั่วไป เช่น “go” กลายเป็น “goes” (ไม่ใช่ “gos”) แต่คำว่า “come” เมื่ออยู่ในรูป past tense จะกลายเป็น “came” ไม่ใช่ “comes”
สรุป:
การเติม “s” ในภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้คำนามเป็นพหูพจน์ แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับความสอดคล้องของคำกริยากับประธานด้วย การเข้าใจกฎเกณฑ์และข้อยกเว้นต่างๆ จะช่วยให้เราใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ดังนั้น อย่ามองข้าม “s” ตัวเล็กๆ นี้ เพราะมันมีความสำคัญมากกว่าที่คิด!
#พหูพจน์#เติม S#ไวยากรณ์ข้อเสนอแนะสำหรับคำตอบ:
ขอบคุณที่ให้ข้อเสนอแนะ! ข้อเสนอแนะของคุณมีความสำคัญต่อการปรับปรุงคำตอบในอนาคต