ทำไมโคล่าถึงมีคาเฟอีน

14 การดู

โคคา-โคล่าในปัจจุบันไม่มีคาเฟอีนจากถั่วโคลา เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้สารสกัดจากใบโคคาที่ผ่านการดัดแปลงแล้ว ซึ่งขจัดคาเฟอีนออกไป ทำให้ได้รสชาติที่ใกล้เคียงกับสูตรดั้งเดิมแต่ปราศจากคาเฟอีน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงคาเฟอีนแต่ยังคงต้องการดื่มรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของโค้ก

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ความลับที่ซ่อนอยู่หลังความซ่า: โคล่ากับคาเฟอีน…ที่ไม่ใช่จากโคลาอีกต่อไป

โคล่า…เครื่องดื่มซ่าๆ ที่เป็นที่รู้จักและชื่นชอบทั่วโลก หลายคนอาจคิดว่าความกระปรี้กระเปร่าที่ได้จากการดื่มโคล่า มาจากคาเฟอีนที่สกัดจากเมล็ดโคลา ความเชื่อนี้เคยเป็นความจริงในอดีต แต่ปัจจุบันเรื่องราวกลับซับซ้อนกว่าที่คิด

ใช่แล้ว ในสมัยแรกเริ่ม โคล่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเมล็ดโคลา ซึ่งเป็นแหล่งคาเฟอีนตามธรรมชาติ สูตรดั้งเดิมของเครื่องดื่มหลายชนิดใช้เมล็ดโคลาเป็นส่วนประกอบหลัก ให้ทั้งรสชาติและคาเฟอีน แต่ปัจจุบัน โคคา-โคล่า และเครื่องดื่มโคล่าหลายยี่ห้อ ได้เปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต โดยไม่ได้ใช้คาเฟอีนจากเมล็ดโคลาอีกต่อไป

เหตุผลสำคัญอยู่ที่การควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของรสชาติ เมล็ดโคลาแต่ละเมล็ดมีปริมาณคาเฟอีนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น สภาพอากาศ ดิน และกระบวนการปลูก การใช้เมล็ดโคลาโดยตรงจึงทำให้ยากที่จะควบคุมปริมาณคาเฟอีนให้คงที่ในทุกขวด ซึ่งอาจส่งผลต่อรสชาติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

เพื่อแก้ปัญหานี้ โรงงานผลิตโคล่าจึงเปลี่ยนมาใช้สารสกัดจากใบโคคา แต่ไม่ใช่ใบโคคาธรรมดา ใบโคคาที่นำมาใช้จะผ่านกระบวนการสกัดสารสำคัญออก รวมถึงการขจัดคาเฟอีนออกอย่างสมบูรณ์ กระบวนการนี้ทำให้ได้สารสกัดที่มีรสชาติเฉพาะตัว ใกล้เคียงกับรสชาติที่ได้จากเมล็ดโคลา แต่ปราศจากคาเฟอีน ซึ่งเป็นการควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า และสร้างความสม่ำเสมอให้กับผลิตภัณฑ์

ดังนั้น แม้ว่าชื่อ “โคลา” จะบ่งบอกถึงที่มาของส่วนผสมจากเมล็ดโคลา แต่ในความเป็นจริง โคล่าสมัยใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับคาเฟอีนจากแหล่งนี้แล้ว การขจัดคาเฟอีนออกไปเป็นการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสูงขึ้น และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ทั้งผู้ที่ต้องการคาเฟอีนและผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยง เพราะแม้ไม่มีคาเฟอีนจากโคลา แต่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของโคล่ายังคงอยู่ และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง