บริจาคเลือดทำไมถึงเป็นลม

3 การดู

การบริจาคเลือดอาจทำให้บางท่านรู้สึกหน้ามืดหรือเป็นลมได้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทและปริมาณเลือดที่ลดลงชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และแจ้งเจ้าหน้าที่หากรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างบริจาค หากเคยมีอาการเหล่านี้มาก่อน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริจาคครั้งต่อไป

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

หน้ามืดเป็นลมหลังบริจาคเลือด: ปฏิกิริยาของร่างกายและวิธีรับมือ

การบริจาคเลือดเป็นการกระทำอันทรงคุณค่าที่ช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย แต่สำหรับบางคน การกระทำอันดีงามนี้กลับมาพร้อมกับอาการไม่พึงประสงค์อย่างการหน้ามืด หรือเป็นลม ถึงแม้จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่การทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีป้องกันก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้การบริจาคครั้งต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

อาการหน้ามืดหรือเป็นลมหลังบริจาคเลือดนั้น เกิดจากปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบประสาท โดยหลักๆ แล้วคือการสูญเสียปริมาณเลือดชั่วคราว แม้ว่าปริมาณเลือดที่บริจาค (โดยทั่วไปประมาณ 450 มิลลิลิตร) จะเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย แต่การลดลงอย่างกะทันหันนี้สามารถทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ส่งผลให้สมองได้รับออกซิเจนและกลูโคสไม่เพียงพอ นำไปสู่ความดันโลหิตลดลงชั่วคราว และอาการที่ตามมาคือ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหงื่อออก และในที่สุดอาจเป็นลมหมดสติไป

นอกจากปริมาณเลือดที่ลดลง ปัจจัยอื่นๆ ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ความเครียด ความวิตกกังวล หรือแม้แต่การขาดสารอาหาร โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง หากร่างกายมีธาตุเหล็กต่ำอยู่ก่อนแล้ว การบริจาคเลือดอาจยิ่งทำให้ภาวะนี้รุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหน้ามืดเป็นลม

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการเหล่านี้ การเตรียมตัวก่อนบริจาคจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนบริจาค ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน และควรแจ้งเจ้าหน้าที่หากมีอาการผิดปกติใดๆ ก่อนระหว่าง และหลังการบริจาค เช่น รู้สึกวิงเวียน ใจสั่น หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ

หากเคยมีประวัติการหน้ามืดหรือเป็นลมหลังบริจาคเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการบริจาคครั้งต่อไป แพทย์อาจทำการตรวจสุขภาพ และให้คำแนะนำที่เหมาะสม รวมถึงการประเมินความเสี่ยงและความพร้อมของร่างกาย เพื่อให้การบริจาคเลือดเป็นประสบการณ์ที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อผู้บริจาคและผู้รับเลือด

สุดท้ายนี้ การบริจาคเลือดเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ แต่ความปลอดภัยของผู้บริจาคก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การดูแลตัวเองอย่างดีก่อนและหลังการบริจาค จะช่วยให้เราสามารถทำความดีนี้ได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือดอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ